อนาคตใหม่ยกทัพใหญ่ลุยเลือกตั้งใหม่เชียงใหม่เขต 8 ขอคะแนนเด็ดขาด

อนาคตใหม่ยกทัพใหญ่ลุยเลือกตั้งใหม่เชียงใหม่เขต 8 ขอคะแนนเด็ดขาด


หัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ นำทีมส.ส.ช่วยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใหม่ในเชียงใหม่เขต 8 ประกาศลั่น ไม่ใช่แค่ต้องได้ส.ส. แต่ขอคะแนนท่วมท้น 1 แสนคะแนนเพื่อยืนยันว่าคนไทยไม่ต้องการให้คสช.สืบทอดอำนาจ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นำทีมส.ส. ภาคเหนือของพรรคอนาคตใหม่ร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับนางสาวศรีนวล บุญลือ ผู้สมัครส.ส.อนาคตใหม่ในเขต 8 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวที่กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต เนื่องจากผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับชัยชนะ โดนใบส้ม ถูกตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่

บรรยากาศการหาเสียงตลอดวันที่ 16-17 พฤษภาคมเป็นไปอย่างคึกคักโดยทีมงานพรรคอนาคตใหม่ได้เดินสายหาเสียงทั้งในเขตอำเภอแม่วาง จอมทอง ดอยหล่อ และสันป่าตอง ทุกตลาดที่ไปหาเสียงมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างคึกคัก และมีผู้ขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายธนาธรรวมถึงนางสาวพรรณิการ์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะเทคะแนนให้นางสาวศรีนวลแบบยกหมู่บ้าน ยกอำเภอ เพราะครั้งนี้เหลือผู้สมัครฝั่งต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช.เพียงนางสาวศรีนวล เบอร์ 9 คนเดียวเท่านั้น ส่วนการซื้อเสียงแม้จะมีมากในทุกอำเภอ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยืนยันว่าครั้งนี้จะไม่เลือกพรรคที่ซื้อเสียงแน่นอน ขอเลือกให้ฝั่งประชาธิปไตยเท่านั้น

ในเวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนบ้านทุ่งเสี้ยว นายธนาธรยังได้กล่าวถึงการสืบทอดอำนาจที่นำไปสู่เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2535 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้วพอดี โดยย้ำว่าประชาชนจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตไปจากการต่อสู้เพื่อต่อต้านการสืบทอดอำนาจของรสช. มาวันนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ประขาชนต้องออกมาเรียกร้องต่อสู้การสืบทอดอำนาจของคสช.อีก

นายธนาธรทิ้งท้ายว่า เพื่อเป็นการยืนยันว่าประชาชนคนไทยไม่ต้องการรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ วันเลือกตั้งใหม่ของเขต 8 คือวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ ขอให้ชาวเชียงใหม่เขต 8 เทคะแนนให้นางสาวศรีนวล เกิน 1 แสนคะแนน ซึ่งจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ส.ส.เขตได้คะแนนเสียงเกิน 1 แสนคะแนน และยังถือเป็นการมอบของขวัญวันเกิดให้พรรคอนาคตใหม่ ที่จะมีอายุครบ 1 ปีในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ด้วย

 

 

 

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
สวนดุสิตโพลชี้ “จุรินทร์” จะร่วมรัฐบาล “พลังประชารัฐ”