“พปชร” ปัดข่าว ยก 7 เก้าอี้ ให้ “ปชป.-ภท.” เผยยังไม่ถึงขั้นตอน ยันรอมติของแต่ละพรรคก่อนประสานร่วมรัฐบาล ชี้อย่าเพิ่งคาดการณ์ว่าจะมีขั้วที่ 3 โผล่
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสที่ระบุว่า พรรคพลังประชารัฐสามารถจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และแบ่งเก้าอี้ให้พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชาธิปัตย์ พรรคละ 7 เก้าอี้ ว่า ยังไม่ถึงขั้นนั้น ยังไม่ได้ตั้งรัฐบาลตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ คือนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งส่วนตัวได้ประสานฝากยินดีไปแล้ว และขอใช้โอกาสนี้แสดงความยินดีอีกครั้ง ทั้งนี้พรรคพลังประชารัฐเคารพการทำงานภายในของพรรคการเมืองอื่น วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งได้ กรรมการบริหารชุดใหม่ คงต้องรอการดำเนินการและมติที่จะออกมา แล้วจึงค่อยคุยกันต่อไป
อย่างไรก็ตามเรื่อง 7 ตำแหน่งไม่ใช่เรื่องจริง ยังไม่มีการประสานอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ต้องรอมติอย่างเป็นทางการจากพรรคประชาธิปัตย์หลังจากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการ ส่วนกระแสข่าวที่ว่า ส.ส.บางส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นั้นเชื่อว่า สามารถพูดคุยกันได้
นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ขออย่าคาดเดากรณีที่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ กับภูมิใจไทย อาจมีมติจะไม่ร่วมรัฐบาล เมื่อผู้สื่อข่าวถามแผนสำรองหากไม่ได้รับการตอบรับจากพรรคทั้ง 2 นายสนธิรัตน์ไม่ตอบคำถาม โดยกล่าวว่า จะทำตามขั้นและพยายามอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง
ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุว่า พรรคพลังประชารัฐยังไม่เคยทาบทามพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาลนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พลังประชารัฐ รอ ภูมิใจไทยอยู่เช่นกัน เมื่อภูมิใจไทยมีมติออกมาอย่างไร เราก็จะดำเนินการหลังจากนั้น เพราะเราให้เกียรติทุกพรรคการเมือง และพร้อมประสานเมื่อการดำเนินการภายในของทุกพรรคเรียบร้อย
นายสนธิรัตน์ กล่าวด้วยว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอย่าเพิ่งไปประมาณการณ์ว่าจะมีขั้วที่ 3 ในการจัดตั้งรัฐบาล วันนี้พรรคพลังประชารัฐ เสนอตัวเป็นแกนนำ และตั้งใจคุยกับทุกพรรคที่ทำงานร่วมกันเพื่อประเทศได้ ก็พร้อมชวนทุกพรรค
ส่วนกรณีที่มีกระแสวิจารณ์พรรคการเมืองที่จะมาร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นพวกสานต่อเผด็จการนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้มีข่าวออกมาในลักษณะ โจมตีกันมาก ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ เพราะเผด็จการจบไปตั้งแต่เลือกตั้ง การเลือกตั้งคือการคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชน จึงไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมสร้างความแตกแยก วันนี้เราเดินตามครรลองประชาธิปไตย เลือกตั้งเสร็จใครได้เสียงข้างมาก็จัดตั้งรัฐบาล วันนี้ควรมาดูว่า จะทำอย่างไรให้นำนโยบายที่ดีของแต่ละพรรคไปสู่การปฏิบัติตามที่ได้หาเสียงไว้ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกัน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เสี่ยหนูไม่ตอบพร้อมเป็น “นายกฯ” หรือไม่
