‘วันมูหะมัดนอร์’ยันไม่ตระบัดสัตย์สัตยาบันแลงคาสเตอร์

‘วันมูหะมัดนอร์’ยันไม่ตระบัดสัตย์สัตยาบันแลงคาสเตอร์


วันมูหะมัดนอร์ มะทา ยืนยันไม่เปลี่ยนขั้วไปร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีจุดยืนชัดเจน ย้ำสัตยาบัน 7 พรรคการเมือง ถือเป็นสัญญาที่ให้ไว้ประชาชน

ความเคลื่อนไหวพรรคประชาชาติ ล่าสุด นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานในการประชุมพรรค โดยมีกรรมการบริหารพรรคร่วมประชุม ที่สำนักงานพรรคประชาชาติ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เป็นการประชุมประเมินผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อสรุปข้อมูลและวางแผนการทำงานต่อไปในอนาคต

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่าข้อมูลที่ได้สรุปในวันนี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ได้ศึกษา สำรวจ และประเมินผลการเลือกตั้ง ส.ส.ของทุกเขต ทั่วทุกภูมิภาค เพราะพรรคประชาชาติเป็นพรรคของประชาชนทุกคน เราต้องประเมินว่าผู้สมัคร ส.ส.คนใด หรือนโยบายใดเป็นที่สนใจของประชาชนในแต่ละภาค ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการทำงานต่อไปในอนาคต

พรรคประชาชาติมีจุดยืนชัดเจนว่าเราเป็นพรรคของประชาชน เชื่อมโยงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข นี่คือจุดยืนตั้งแรกที่ได้ก่อตั้งพรรค

เรื่องการจับขั้วตั้งรัฐบาลขณะนี้พรรคการเมืองก็เตรียมตัว แต่ยังไม่สามารถจับขั้วได้ชัดเจน เพราะต้องรอการประกาศผลของ กกต. ซึ่งบอกว่าจะประกาศไม่เกินวันที่ 9 พฤษภาคม และในช่วงนี้ กกต.มีการแจกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะมีกี่เขตที่จะต้องเลือกตั้งใหม่ และวิธีคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ยังไม่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงจำนวนของ ส.ส. ของแต่ละพรรคในสภา ซึ่งแน่นอนว่าจะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล

ขณะนี้พรรคประชาชาติมีความชัดเจนแล้วว่าได้ ส.ส. 6 ที่นั่ง และรอดูว่าพื้นที่ไหนจะมีใบส้ม ใบแดง ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ แต่ปาร์ตี้ลิสต้องรอดูสูตรที่ชัดเจน ซึ่งสูตรที่ชัดเจนก็อยู่ที่ กกต. ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายการเลือกตั้งได้เขียนไว้ว่าให้อำนาจแก่ กกต.ในการกำหนดวิธีการคำนวณปาร์ตี้ลิสทั้งหมด ซึ่งแน่นอน กกต.ทำได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นหากเราไปคิดแทน กกต.ก็น่าจะยังไม่ถูกต้อง เราต้องรอ กกต.คำนวณจากกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อถามถึงเรื่องที่ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอำนาจหน้าที่ โดยเฉพาะการแจกใบส้มให้ผู้สมัคร ส.ส.จะสื่อสารอย่างไรกับผู้มีอำนาจ นายวันมูหะมัดนอร์ตอบว่า การเลือกตั้งจะได้รับความเชื่อถือและยอมรับจากประชาชนทั่วประเทศได้ต้องมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม นี่เป็นหน้าที่ของกรรมการ แต่แน่นอนว่ามุมมองอาจแตกต่างกันบ้าง แต่ กกต.ต้องตัดสินใจบนฐานที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม

ส่วนประเด็นที่มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาชาติเปลี่ยนขั้วไปต่อรองจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคพลังประชารัฐนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ เน้นย้ำว่าคงจะเปลี่ยนแปลงไปไม่ได้ เพราะเป็นจุดยืนตั้งแต่ตอนที่เราหาเสียงว่าถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแล้วเราจะจัดตั้งรัฐบาลกับฝ่ายไหน เมื่อเราได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนแล้วเราต้องเคารพทุกคะแนนเสียงของประชาชนที่ให้กับเรา ที่สำคัญหลังเลือกตั้งได้ทำสัตยาบัน 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย เราถือว่านี่คือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เราต้องเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน

สัตยาบันที่ลงนามไว้นั้นเราได้แถลงต่อประชาชนไทยและทั่วโลกแล้ว ถือเป็นสัญญาประชาคมที่ทุกพรรคควรรักษาสัญญานี้ไว้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะบังคับกันได้ เป็นสิทธิของแต่ละพรรค เพราะกฎหมายบังคับไม่ได้ แต่ผมถือว่าสัตยาบันหรือสัญญาประชาคมมีความสำคัญมากกว่ากฎหมาย

ไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคประชาชาติจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เรามีสัญญาประชาคมเป็นสัญญาที่เราให้ไว้กับประชาชน พรรคประชาชาติเรายืนด้วยความเคารพในเสียงของประชาชนที่ได้ให้คะแนนเสียงกับเรา ยกเว้นว่าพี่น้องประชาชนจะเปลี่ยนใจก็อีกเรื่องหนึ่ง

ประเทศไทยเรานี่แปลกมาก ชอบเอาเรื่องเล็กๆน้อยๆมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ คือการเลือกตั้งมีปัญหา แต่เราก็ให้ความเคารพในเรืองที่จะให้ตรวจสอบได้ แต่ว่าการตรวจสอบแล้วทำให้ เกิดเป็นประเด็นไม่รู้จักจบสิ้น มันก็ทำให้สังคมเราเดินหน้าไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งการตีความการหาคำผิดสามารถตรวจสอบได้ แต่ถามว่ามันจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหนเป็นเรื่องที่เราต้องคิดเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องของผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจสอบก็มีหน้าที่ ผู้ที่รักษากติกาก็ต้องพิจารณาเหตุผลทุกด้านเหมือนกัน

” แต่ผมมีความรู้สึกว่าเอาเรื่องต่างๆมาทำร้ายกันแบบนี้ไม่หยุดหย่อนทำให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้ายากเหมือนกัน พรรคการเมืองต้องระมัดระวัง เช่นเรื่องการถือหุ้นสื่อบางทีการตรวจสอบก็ไม่ทั่วถึงเหมือนกัน แต่ขึ้นอยู่กับเจตนารมย์ด้วยว่าทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรกับบ้านเมือง หรือสร้างให้เกิดความวุ่นวาย หรือทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ได้เปรียบเสียเปรียบ ผมอยากให้รักษาบ้านเมืองมากกว่าที่จะทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง” นายวันมูหะมัดนอร์ระบุ

พรรคประชาชาติได้รับเชิญจากรัฐบาลกัมพูชาไปร่วมงานเลี้ยงละศีลอดในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ที่กรุงพนมเปญ ถูกตั้งคำถามว่าจะมีการพูดคุยอะไรเป็นพิเศษกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาหรือไม่

นายวันมูหะมัดนอร์ บอกว่างานนี้เป็นงานทางวัฒนธรรมและเป็นเกียรติทางศาสนา ซึ่งในต้นเดือนพฤษภาคมนี้พี่น้องมุสลิมทั่วโลกจะร่วมกันถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ทางรัฐบาลกัมพูชาได้จัดงานใหญ่แก่ชาวมุสลิมในกัมพูชา และได้ให้เกียรติในฐานะอดีตประธานรัฐสภาและหัวหน้าพรรคการเมืองไปร่วมละศีลอดด้วย คงจะไม่ได้พูดคุยกันเรื่องการเมือง แต่น่าจะคุยกันเรื่องพหุวัฒนธรรมและศาสนามากกว่า

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ศรีสุวรรณ ร้อง กกต.สอบ พปชร. – พท.ถือหุ้นสื่อ ให้สัญญา