พรรคเล็กขอตั้งรัฐบาลเอง พร้อมเสนอสูตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

พรรคเล็กขอตั้งรัฐบาลเอง พร้อมเสนอสูตร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์


7 พรรคเล็ก ชงตั้งรัฐบาล “สามัคคีสร้างชาติ” พร้อมเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ย้ำทางออกเป็นธรรมทุกพรรคเพราะได้ส.ส.ทั้งหมด

วันที่ 22 เมษายน 2562 – ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มรวมพลังพรรคการเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยพรรคภาคีเครือข่ายไทย พรรคแผ่นดินธรรม พรรคพลังไทยดี พรรคพลังแผ่นดินทอง พรรคภารดรภาพ พรรคกรีน และพรรคประชาไทย รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึง กกต.เพื่อเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลที่เหมาะสมและเป็นธรรม

ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เล็งเห็นว่าภายหลังการเลือกตั้งผ่านมาแล้ว 1 เดือน ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าพรรคใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล แม้จะมีการเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมา แต่ก็เป็นการมองว่าขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีฝ่ายค้าน ดังนั้นกลุ่มรวมพลังพรรคการเมืองขอเสนอ ตั้งรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติ เพื่อยุติความขัดแจ้งทั้งหมด โดยพรรคการเมืองใดจะประสงค์ร่วมรัฐบาลให้ไปลงชื่อร่วมกัน ส่วนพรรคใดที่มีแนวทางไม่ตรงกับกลุ่มร่วมรัฐบาล ก็มาร่วมเป็นฝ่ายค้านได้ ซึ่งรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติก็เป็นไปรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 , 5, 8 และ 265

นอกจากนี้ ยังขอให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอรายชื่อผู้ที่ผ่านการสรรหาเพื่อเสนอชื่อเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยให้นำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอพระบารมีโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ส.ว.จำนวน 250 คน ตามพระราชอัธยาศัย เพื่อความเป็นกลางในการทำหน้าที่ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ทางกลุ่มจะนำแนวคิดรัฐบาลสามัคคีสร้างชาติไปหารือร่วมกับ 20 พรรคเมืองต่อไป

ขณะเดียวกันกลุ่มดังกล่าว ยังเสนอสูตรวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยให้การเมืองพ้นจากการติดเดทล๊อค เนื่องจากสูตรวิธีการคำนวณที่ออกมาก่อนหน้านี้ ได้ ส.ส.ไม่ครบ และการคำนวณที่ไม่ลงตัว เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 137 คน ซึ่งมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมีถึง 26 คน ดังนั้น การใช้สูตรในปัจจุบันไม่สามารถใช้ได้ เพราะไม่เป็นธรรม กลุ่มจึงขอเสนอสูตรการคำนวณโดยตัดคะแนนของพรรคเพื่อไทย ที่มีจำนวนกว่า 7.9 ล้านคะแนนออกไป ก็จะเหลือคะแนน 27 ล้าน และไม่นำส.ส.เขต จำนวน 137 มาร่วมคำนวณ

ดังนั้น ตัวเลขที่จะต้องนำมาใช้คำนวณจริง คือ คะแนน 27,612,017 หารด้วย 363 จะเท่ากับคะแนนเฉลี่ย 76,066 คะแนน จากนั้นนำคะแนนของแต่ละพรรคมาหารด้วยค่าเฉลี่ยใหม่ 76,066 ก็ได้จำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรค ซึ่งจะมีพรรคที่ได้ ส.ส.พึงมีตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป 15 พรรค ได้ ส.ส.478 คน จะเหลือเศษ 22 คน จึงให้ไปจัดสรรให้กับพรรคการเมืองที่มี ส.ส.พึงมีน้อยกว่า 1 คน นับตั้งแต่พรรคในลำดับที่ 16 ถึง 37 ซึ่งจะเป็นการรับรองว่าทุกคะแนนเสียงจะไม่ตกน้ำ และจะได้ ส.ส.ครบ 500 คน จำนวน 37 พรรค และสูตรนี้ก็ยังเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดอีกด้วย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ประณามแรงงานไทยในไต้หวัน ยกพวกตีกันฉลองสงกรานต์