ศรีสุวรรณ ยื่นหลักฐาน ให้ปากคำ เอาผิด “ธนาธร”พันหุ้นสื่อ

ศรีสุวรรณ ยื่นหลักฐาน ให้ปากคำ เอาผิด “ธนาธร”พันหุ้นสื่อ


ศรีสุวรรณ เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติม และให้ปากคำ กกต. สอบสวน เพื่อยื่นศาลฯเพิกถอนสิทธิการเป็นผู้สมัคร ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ของธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณี ถือหุ้น บริษัทสื่อแล้ว ชี้หากผิดจริง ไม่สามารถเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 ของพรรคอนาคตใหม่ได้

วันนี้ (5 เม.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ กกต.กรณียื่นร้องให้สอบสวน และส่งให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย และมีการอำพรางนิติกรรมอาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการลงสมัคร ส.ส. และเข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนกรณีที่ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบนายธนาธร ที่แถลงข่าวอ้างเป็นนักการเมืองคนแรกที่โอนทรัพย์สิน 5 พันล้านให้ trust หรือกองทุน เป็นผู้ดูแล เข้าข่ายเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมหรือไม่

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า กรณีหุ้นบริษัทวี-ลัค นายธนาธร ได้โพสต์ข้อความแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 62 ชี้แจงข้อสงสัยเรื่องนี้ โดยอ้างว่าได้โอนหุ้นดังกล่าวทั้งหมดให้แก่นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ (มารดา) โดยทำเป็นหนังสือตราสารโอนหุ้น ระหว่างนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้โอน กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้รับโอน ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค. 2562 มีพยานลงลายมือชื่อรับรอง 2 คน โดยผู้โอน ผู้รับโอน กับพยานทั้ง 2 คน ได้ลงลายมือชื่อในตราสารโอนหุ้นดังกล่าวต่อหน้าทนายความผู้ทำคำรับรอง (ทนายความโนตารี) ในวันเดียวกันนี้ นางสมพรได้ชำระเงินค่าหุ้นให้แก่นายธนาธรด้วยเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) สาขาถนนบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) ขีดคร่อมผู้ถือ (A/C PAYEE ONLY) ฉบับลงวันที่ 8 ม.ค. พ.ศ. 2562 สั่งจ่ายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นเงินจำนวน 6,750,000 บาทแล้วนั้น

เรื่องดังกล่าวไม่อาจเชื่อได้ทั้งหมดว่าจะเป็นแถลงที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะยังมีข้อพิรุธและข้อสงสัยอีกมากมายที่ กกต.ต้องไต่สวน สอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อาทิ ข้ออ้างว่ามีการจ่ายเช็คชำระเงินค่าหุ้นให้นายธนาธรและภรรยาแล้วนั้น ได้มีการนำเช็คไปขึ้นเงินจริงหรือไม่ ในบัญชีธนาคารของนางสมพร มีการถ่ายโอนเงินตามเช็คเข้าบัญชีของนายธนาธรและบัญชีภรรยาจริงหรือไม่ มีสเตรทเมนท์มายืนยันหรือไม่ เพราะการเขียนเช็คนั้นจะเขียนขึ้นมาเมื่อไรก็ได้ จึงต้องมีการพิสูจน์นิติกรรมการเคลื่อนไหวทางบัญชีของทั้ง 3 คน ว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายธนาธรอ้างว่า นางสมพรได้โอนหุ้นต่อไปให้หลาน 2 คน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. 2562 แต่เหตุใดหลานทั้ง 2 คนจึงโอนหุ้นกลับมาให้กับนางสมพรอีกในวันที่ 21 มี.ค. 2562 ทำให้เกิดข้อสงสัยว่านิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ มีสเตทเมนต์ยืนยันระหว่างนางสมพรกับหลานหรือไม่ และหลานทั้ง 2 มีอำนาจทำนิติกรรมหรือไม่ หรือเป็นเพียงการสร้างตัวละคร ให้เป็นข้อมูลหรือพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ เพื่ออำพรางนิติกรรมของตนเอง หรือใช้เป็นข้ออ้างแก้ต่างกรณีถูกจับพิรุธในการประชุมกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2562 ว่าเหตุใดยังคงมีกรรมการจำนวน 10 คนมาประชุมกัน

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า หาก กกต.ตรวจสอบพบว่าการกระทำของนายธนาธรเข้าข่ายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เพราะกฎหมายห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน หรือสื่อสิ่งพิมพ์ หากขาดคุณสมบัติดังกล่าวนายธนาธรจะไม่สามารถเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1 ของพรรคอนาคตใหม่ได้