ในโลกที่แฟชั่นยั่งยืน (Sustainable Fashion) กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียง “ทางเลือก” มาเป็น “ทางรอด” ประเทศไทยในฐานะเจ้าของฉายา “ราชาแห่งทุเรียนโลก” ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่โลกต้องจับตามอง เมื่อขยะที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นภาระของสังคมอย่าง “เปลือกทุเรียน” ถูกปลุกให้มีชีวิตใหม่ในฐานะเส้นใยสิ่งทอระดับพรีเมียม
เมื่อวิทยานิพนธ์ไม่ใช่แค่เรื่องบนหิ้ง แต่คือทางรอดของเศรษฐกิจฐานราก
เบื้องหลังนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้คือความมุ่งมั่นของ ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากหลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้มองเห็นว่าศิลปะและงานดีไซน์ต้องกินได้และยั่งยืน ดร.อุษาไม่ได้มองเป็นเพียงขยะ แต่เธอมองเห็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่ซ่อนอยู่ใต้หนามแหลม โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ว่า BCG Economy Model (Bio-Circular-Green) สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ดร.อุษา ประชากุล ดุษฎีบัณฑิตจากหลักสูตรศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทเรียนจากความหอมหวาน: ภูเขาขยะที่รอการระเบิด
ข้อมูลที่ ดร.อุษา นำมาตีแผ่คือความจริงที่น่าตกใจ แม้ตัวเลขการส่งออกทุเรียนไทยจะพุ่งสูงขึ้นถึง 488% สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศ แต่ผลกระทบที่ตามมาคือปริมาณ “เศษเหลือทิ้งจากเปลือกทุเรียน” ที่สูงถึง 146 ล้านกิโลกรัมต่อปี (สถิติปี 2560-2564)

ขยะเปลือกทุเรียนมีคุณสมบัติที่จัดการยาก ทั้งหนามที่แหลมคม พื้นที่จัดเก็บมหาศาล และการย่อยสลายตามธรรมชาติที่ใช้เวลานาน การจัดการแบบเดิมคือการฝังกลบซึ่งสิ้นเปลืองพื้นที่ หรือการเผาซึ่งสร้างมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจก ดร.อุษา จึงเริ่มตั้งคำถามว่า “ในหนามที่แข็งแกร่งนั้น มีความอ่อนนุ่มที่โลกต้องการซ่อนอยู่หรือไม่?”

วิศวกรรมจากธรรมชาติ: สกัดเส้นใยด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรม
จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี พบว่าเปลือกทุเรียนมี “เซลลูโลส” (Cellulose) อยู่สูงถึง 30% ซึ่งเป็นสารตั้งต้นสำคัญในการทำเส้นใยสิ่งทอ แต่ความท้าทายอยู่ที่การสกัดเอาเส้นใยออกมาโดยไม่ทำลายโครงสร้างทางธรรมชาติ
ดร.อุษา ใช้เวลากว่า 3 ปีในการค้นคว้า จนพบจุดลงตัวที่น่าอัศจรรย์จากการผสมผสาน “ภูมิปัญญาท้องถิ่นจันทบุรี” เข้ากับวิทยาศาสตร์สิ่งทอ โดยการนำเปลือกทุเรียนไปแช่ดองในน้ำเพื่อรักษาสภาพเซลลูโลสให้มีความเหนียวและยืดหยุ่น ก่อนจะนำไปแยกเส้นใยและผ่านกระบวนการปั่นด้ายแบบวงแหวน (Ring Spinning) จากนั้นจึงส่งต่อให้ช่างทอผ้าในชุมชนใช้ทักษะการ “เข็นเส้นด้าย” ด้วยมือ เพื่อผสานเส้นใยทุเรียนเข้ากับเส้นไหมธรรมชาติ

มหัศจรรย์แห่งคุณสมบัติ: เมื่อวิทยาศาสตร์ยืนยันความเหนือชั้น
สิ่งที่ทำให้ผ้าทอจากเปลือกทุเรียนได้รับความสนใจจากระดับสากล จนคว้าชัยในเวทีนวัตกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่ใช่แค่เรื่อง “รักษ์โลก” แต่คือ “ประสิทธิภาพ” ที่เหนือความคาดหมาย:
-
การหายใจของผืนผ้า (Breathability): ผ้าไหมผสมใยทุเรียน (50:50) มีค่าการระบายอากาศสูงถึง 59.46 cm³/cm²/sec ซึ่งระบายอากาศได้ดีกว่าผ้าไหมแท้ 100% เกือบเท่าตัว ตอบโจทย์การเป็นเสื้อผ้าสำหรับอากาศร้อนชื้นได้สมบูรณ์แบบ
-
ปราการด่านหน้าต้านแบคทีเรีย: ผลการทดสอบยืนยันว่าผ้าชนิดนี้สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.92% ซึ่งเป็นคุณสมบัติธรรมชาติจากเปลือกทุเรียน ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นตัว การสะสมของเชื้อโรค และถนอมผิวของผู้สวมใส่
-
ความทนทานและความเงางาม: การผสานใยทุเรียนทำให้ผ้ามีความคงตัวมากขึ้น ลดการยับง่ายของผ้าไหม แต่ยังคงความหรูหราไว้อย่างครบถ้วน
MUW.OFFICIAL: เมื่อแฟชั่นคือเครื่องมือสื่อสารความเชื่อและศรัทธา
ดร.อุษา ต่อยอดงานวิจัยสู่แบรนด์ MUW.OFFICIAL (มาจากคำว่า Mutelu หรือ มูเตลู) โดยมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนคือ Gen Y ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปัจจุบัน แบรนด์ไม่ได้ขายแค่เสื้อผ้า แต่ขาย “คุณค่า” และ “พลังใจ”
-
สัญวิทยาแห่งความสำเร็จ: นำสัตว์มงคล 9 ชนิด เช่น มังกร หงส์ นกยูง มาออกแบบเป็นลวดลายเฉพาะตัว เพื่อเสริมบารมีและโชคลาภ
-
ไม้มงคล: ตามความเชื่อโบราณ ทุเรียนคือไม้มงคลที่ควรปลูกไว้ในเขตรั้วบ้าน การสวมใส่เสื้อผ้าจากใยทุเรียนจึงเปรียบเสมือนการพกพาสิ่งเป็นมงคลติดตัว การนำเทคโนโลยีมาออกแบบลวดลายกราฟิกที่ทันสมัย ทำให้แบรนด์ก้าวข้ามขีดจำกัดของผ้าทอแบบเดิมๆ กลายเป็นเครื่องแต่งกายสไตล์ Urban ที่ใส่ได้ในทุกโอกาส
เศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) ที่สมบูรณ์แบบ
โครงการนี้คือโมเดลต้นแบบของประเทศไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจยั่งยืน
-
ต้นน้ำ (เกษตรกร): เปลี่ยนภาระขยะเป็นรายได้ใหม่ ลดต้นทุนการจัดการของเหลือทิ้ง
-
กลางน้ำ (ชุมชนและอุตสาหกรรม): ยกระดับฝีมือช่างทอท้องถิ่น สร้างงานในชุมชน และลดการนำเข้าเส้นใยสังเคราะห์จากต่างประเทศ
-
ปลายน้ำ (ผู้บริโภค): ได้ครอบครองสินค้าแฟชั่นคุณภาพสูงที่มีเรื่องราว (Storytelling) และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
“สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเศษเหลือทิ้ง แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ชุมชน อุตสาหกรรม ไปจนถึงผู้บริโภค” ดร.อุษา กล่าวทิ้งท้าย
ในวันนี้ “เปลือกทุเรียน” ไม่ใช่ขยะข้างทาง แต่มันกำลังเดินทางจากสวนทุเรียนไทย ก้าวสู่รันเวย์ระดับสากลในฐานะนวัตกรรมที่น่าภาคภูมิใจที่สุดชิ้นหนึ่งของคนไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ในโลกของความยั่งยืน… ขยะไม่มีอยู่จริง มีเพียงทรัพยากรที่รอคนมีความคิดสร้างสรรค์ไปค้นพบเท่านั้น”
รายละเอียดเพิ่มเติม
-
Facebook / TikTok / LINE OA: muw.official
-
Instagram: muw_official_
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง


