กระเป๋าจากขยะหางประทัดขยะวันแก้บนไอ้ไข่ วัดเจดีย์ 999 ชิ้น สู่กระเป๋าสานรักษ์โลก 1 ใบ ไอเดียรักษ์โลกจาก ม.วลัยลักษณ์ ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนขยะเป็นทอง” ผนวกศรัทธาเข้ากับแฟชั่น พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อม
เปลี่ยนขยะเป็นมูลค่า สร้างรายได้ให้ชุมชน
วิสาหกิจชุมชนคนรักสิ่งแวดล้อม บ้านเขาทราย ตำบลเปลี่ยน อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นำหางประทัดที่เหลือจากพิธีแก้บนไอ้ไข่วัดเจดีย์มาแปรรูปเป็นกระเป๋าสานสุดสร้างสรรค์ เป็นโครงการที่ช่วยลดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ นับเป็นแนวคิดที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน
ปัญหาหางประทัดที่ถูกทิ้งกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
วัดเจดีย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดไอ้ไข่” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนเดินทางมาแก้บนเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในพิธีกรรมที่ได้รับความนิยมคือการจุดประทัดเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของคำบนบาน อย่างไรก็ตาม หลังจากทำพิธีแล้ว หางประทัดที่เหลือกลายเป็นขยะจำนวนมหาศาล สร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นภาระในการจัดการของวัด
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จึงมองเห็นโอกาสในการนำวัสดุเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่า ด้วยแนวคิด “เปลี่ยนขยะเป็นทอง” หางประทัดที่เคยเป็นปัญหาถูกนำมาสานเป็นกระเป๋าดีไซน์ทันสมัย ที่มีความหมายพิเศษซึ่งเชื่อมโยงกับความสำเร็จของผู้ที่เคยมาแก้บน
กระบวนการสร้างสรรค์กระเป๋าจากหางประทัด
สุพรรณา แก้วเถื่อน ประธานวิสาหกิจชุมชนคนรักสิ่งแวดล้อมบ้านเขาทราย เล่าว่า ตอนแรกชาวบ้านมีความกังวลเกี่ยวกับการนำของเหลือจากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาใช้ แต่เมื่อได้รับความร่วมมือจากผู้นำท้องถิ่น วัดเจดีย์ และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า
กระบวนการผลิตกระเป๋าสานจากหางประทัดต้องใช้หางประทัดถึง 999 ชิ้นต่อใบ โดยแต่ละชิ้นเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในอดีตที่ผู้ศรัทธามาแก้บน ซึ่งหากนับรวมกันก็อาจตีมูลค่าได้ถึงหลักพันล้านหรือหมื่นล้านบาทเลยทีเดียว
พลังแห่งความสำเร็จ
สิ่งที่ทำให้กระเป๋าจากหางประทัดนี้มีเอกลักษณ์ คือ “พลังแห่งความสำเร็จ” ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละชิ้นส่วนของกระเป๋า ทุกใบเต็มไปด้วยความหมายของความมุ่งมั่นและโชคลาภ นอกจากจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามและแปลกใหม่แล้ว ยังกลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่าทางจิตใจสำหรับผู้ที่ต้องการนำพาความสำเร็จติดตัวไปด้วย
รองศาสตราจารย์ปรัชญา กฤษณะพันธ์ อาจารย์ประจำสำนักวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อธิบายว่า การวิจัยในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนผ่านการนำทุนทางวัฒนธรรมและความเชื่อมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้
มูลค่าทางเศรษฐกิจของกระเป๋าสานจากหางประทัด
แม้หางประทัดที่ถูกจุดแล้วอาจมีราคาขายเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท แต่เมื่อถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นกระเป๋าที่มีความหมายเกี่ยวกับความสำเร็จ มูลค่าของมันจึงเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว กระเป๋าสานที่ผลิตโดยฝีมือของชาวบ้านในชุมชนมีราคาจำหน่ายเพียงหลักพันบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นราคาที่คุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับคุณค่าที่ซ่อนอยู่
โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างสร้างสรรค์ ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
โครงการ “กระเป๋าสานจากหางประทัดแก้บน” ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำนวัตกรรมมาใช้ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ด้วยการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณค่า ทั้งในแง่ของวัตถุและจิตใจ
นี่คือตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม ศรัทธา และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้กับโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในอนาคต
ที่มาภาพ :
“ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์” อภินิหารความศักดิ์สิทธิ์
อ้างอิง :
กระเป๋าสาน “หางประทัดแก้บน” ไอ้ไข่ ของถูกทิ้งมีคุณค่า
เปิดไอเดีย “กระเป๋ารักษ์โลก” สานจากหางประทัดแก้บน “ไอ้ไข่” ผลผลิตจากงานวิจัยของม.วลัยลักษณ์
เนื้อหาอื่นๆ ที่น่าสนใจ :
กทม. สรุปผล ‘ปิดไฟ 1 ชั่วโมง’ ปี 68 ลดพลังงานมากกว่าปีก่อน 5 เท่า!