บิ๊กป้อม สั่งจับตากลุ่มเสี่ยง ป่วนประชุมอาเซียนซัมมิท

บิ๊กป้อม สั่งจับตากลุ่มเสี่ยง ป่วนประชุมอาเซียนซัมมิท


บิ๊กป้อม สั่งจับตากลุ่มเสี่ยง หวั่นป่วนประชุมอาเซียนซัมมิท ครั้งที่ 35 ระหว่าง 31 ต.ค. – 4 พ.ย.62 มอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลัก เตรียมรักษาความปลอดภัยสูงสุด พร้อมขอประชาชนร่วมกันเฝ้าระวัง

พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ณ ศาลาว่าการกลาโหมโดยขอให้ทุกส่วนราชการเตรียมการรองรับ มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่จะมีขึ้นในไทย ระหว่าง 31 ต.ค. – 4 พ.ย.62 รวมถึงการประชุมที่เกี่ยวข้อง

“การประชุมจะมีผู้นำประเทศและคู่สมรส เจ้าหน้าที่อาวุโสและภาคเอกชนจำนวนมากเข้าร่วมประชุม ดังนั้น ขอให้ดำเนินงานให้เรียบร้อย สมเกียรติ เป็นที่ยอมรับ รวมทั้งมีความประทับใจร่วมกันและให้มีผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุดทั้งนี้ฝ่ายข่าว ต้องให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการเฝ้าระวังกับกลุ่มเสี่ยง และขอให้หน่วยงานความมั่นคงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและเตรียมความพร้อมแผนปฏิบัติการทุกด้าน” พล.อ. ประวิตรกล่าว

สำหรับการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ทั้งบุคคลสำคัญและสถานที่ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลัก รับผิดชอบจัดตั้งและขับเคลื่อนงานผ่านกองอำนวยการร่วม เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและสนับสนุนกัน ขณะเดียวกัน ให้นำทุกบทเรียนที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา มากำหนดมาตรการป้องกันและมาตรการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม โดยให้มีการซักซ้อมและพัฒนาแผนการปฏิบัติและแผนเผชิญเหตุให้มีความรัดกุมมากขึ้น โดยต้องไม่เกิดเหตุซ้ำ เพื่อให้การปฏิบัติในทุกภารกิจ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการ มีอำนาจเด็ดขาด ในการควบคุมและสั่งการ พร้อมทั้งให้กองทัพเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินและการก่อการร้ายที่อาจมีขึ้น พร้อมกันนี้ ให้ทุกส่วนราชการร่วมกันประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้กับประชาชน ในมาตรการรักษาความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกการจราจร รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี มีความตื่นตัว ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและรายงานพฤติกรรมที่ผิดสังเกตของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อร่วมกันเสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ

 ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ปลัดกลาโหมสั่งทหารระดับสูงต้องเท่าทัน ‘เฟคนิวส์’