‘โจชัว หว่อง ร่วมเฟรม ‘ธนาธร’ ชมวางแนวทางก้าวหน้า หวังมาเยือนไทยอีก

‘โจชัว หว่อง ร่วมเฟรม ‘ธนาธร’ ชมวางแนวทางก้าวหน้า หวังมาเยือนไทยอีก


แกนนำเคลื่อนไหวการเมืองฮ่องกง โพสต์รูปคู่ ‘ธนธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ชมสามารถชนะเลือกตั้ง วางแนวทางความก้าวหน้า เผยอยากมีโอกาสมาไทย ชี้เผด็จการต้องถูกทำลาย

แฟนเพจเฟซบุ๊ก黃之鋒 Joshua Wong นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของฮ่องกง ได้โพสต์ภาพและข้อความ โดยรูปเป็นการถ่ายภาพคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระหว่างการเข้าร่วมงาน Open Future Forum ที่จัดขึ้นโดยนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ที่เกาะฮ่องกง เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา

ในส่วนข้อความนั้น ได้เขียนเป็นภาษาจีน ซึ่งแปลความออกมาว่า “ สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคตั้งแต่การก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่เมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากการวางแนวทางที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรม มีความต้องการที่แตกต่างกันมาก

ด้วยการทำลายสถานการณ์ทางการเมืองแบบดั้งเดิมการเลือกตั้งครั้งแรก ทำให้พรรคกลายเป็นบุคคลที่สาม ซึ่งชนะมากกว่า 80 ที่นั่งในรัฐสภา แต่ในเวลาเดียวกันที่รัฐบาลทหาร ต้องฟ้องร้องเพื่อปลุกระดมอาจต้องเผชิญหน้ากับการถูกจองจำนานถึง 9 ปี อิทธิพลของกองกำลังที่สามที่เกิดขึ้นใหม่ในเวทีการเมือง

เมื่อฉันพูดคุยกับเขาฉันก็บอกว่า ฉันถูกจำคุกเป็นเวลา 12 ชั่วโมงที่สนามบินกรุงเทพฯโดยรัฐบาลไทยเมื่อสี่ปีที่แล้วหลังจากนั้นฉันได้รับแจ้งจากประสบการณ์ที่ขึ้นบัญชีดำและส่งตัวกลับประเทศ แม้ว่าฉันไม่รู้ว่าฉันจะมีโอกาสได้เยี่ยมชมประเทศไทยหรือไม่ฉันไม่รู้ว่าเขาจะถูกปฏิเสธการเข้ามาในอนาคตหรือไม่ แต่ฉันหวังว่าเมื่อกองกำลังอนุรักษนิยมหรือเผด็จการขยายตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเราสามารถส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการส่งเสริมและประชาธิปไตยในเอเชียตะวันออก ให้ก้าวหน้า”

ช่วงบ่ายวันนี้ (6 ต.ค.) เฟซบุ๊ก ของนายโจชัว หว่อง แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงและเลขาธิการพรรคเดโมซิสโต โพสต์ภาพถ่ายคู่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

นายโจชัว กล่าวถึงนายธนาธรด้วยว่า หลังจากตั้งพรรคอนาคตใหม่ หรือในภาษาจีน เว่ยหลายเฉียนจิ้นตั่ง (未来前进党) ก็มีพัฒนาการที่เป็นที่ยอมรับในการผลักดันประเด็นเรื่องความเท่าเทียมกันทางเพศ และการกระจายรายได้ นายธนาธรยังพยายามผลักดันให้นำทหารออกจากการเมือง นำพลเรือนและปัญญาชนกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล

“จากความพยายามทำลายกรอบการเมืองเก่า ทำให้เพียงการลงเลือกตั้งครั้งแรก (พรรคอนาคตใหม่) ก็กลายเป็นพรรคใหญ่อันดับ 3 ได้รับเลือกตัวแทนเข้ามาเป็น ส.ส. ถึง 80 กว่าที่นั่ง แต่ในเวลาเดียวกันก็ถูกรัฐบาลทหารฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาสร้างความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และหากมีความผิดก็อาจถูกตัดสินให้จำคุกนานถึง 9 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของการถือกำเนิดขึ้นของขั้วอำนาจที่ 3 ในสนามการเมืองของไทย” แกนนำนักเคลื่อนไหวชาวฮ่องกงกล่าว และว่า

“ระหว่างการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเขา ผมยังกล่าวถึงกรณีเมื่อ 4 ปีที่แล้วถูกรัฐบาลไทยกักตัวไว้ที่สนามบินนาน 12 ชั่วโมง จากนั้นก็ถูกขึ้นบัญชีดำไม่ให้เดินทางเข้าประเทศและถูกส่งกลับฮ่องกง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าวันใดจะมีโอกาสไปเยือนประเทศไทย และไม่แน่ใจว่าในอนาคตเขา (นายธนาธร) จะถูกปฏิเสธไม่ให้เดินทางเยือนเกาะฮ่องกงหรือไม่ แต่หวังว่าในห้วงเวลาที่พลังอำนาจของกลุ่มอนุรักษ์นิยม และกลุ่มเผด็จการกำลังขยายตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พวกเราจะยังคงสามารถแลกเปลี่ยน และผลักดันคุณค่าของกระบวนการประชาธิปไตยต่อไป”