7 พรรคฝ่ายค้าน ตั้งโต๊ะ แถลงโต้หลังถูกแจ้งความผิด ม. 116 ชี้ การสัมมนาไม่เข้าองค์ประกอบกฎหมาย ปิยะบุตร ซัด เป็นการกลบเกลื่อนรัฐบาลขาลง เตรียมเรียก “บุรินทร์” แจงเจตนากับ กมธ. พร้อมเตรียม แจ้งความกลับ แจ้งความเท็จ
วันนี้(4 ต.ค.62) หลัง ผอ.กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีกับ 12 คน ทั้งแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ ที่ร่วมกันจัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 116 ทาง 7 พรรคฝ่ายค้านได้แถลงตอบโต้กรณีดังกล่าว
โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า บทบัญญัติกฎหมายอาญามาตรา116 นั้นคนที่เรียนกฎหมายมาด้านนี้ ต่างทราบถึงความผิดทางกฎหมายดีว่า นอกจากมีความผิดแล้ว ยังต้องมีมูลเหตุจูงใจและเจตนาพิเศษ ด้วย และมีองค์ประกอบการกำหนดการกระทำไว้ 3 ประการ คือ
1.ต้องกระทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน ใช้กำลังประทุษร้าย 2.กระทำเพื่อสร้างความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่อง ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง และ 3.ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกฎหมายแผ่นดิน
แต่จากการไปอภิปรายที่สาธารณะของตัวแทน7พรรค ที่มีนักการเมือง นักวิชาการ ไปร่วมเสวนา ไม่เห็นว่าจะมีมูลเหตุจูงใจทั้ง 3ประการ ไม่มีการกระทำที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน ไม่มีการใช้กำลังประทุษร้าย ไม่มีการทำให้เกิดความปั่นป่วน ก่อความไม่สงบในบ้านเมือง ไม่มีการกระทำใดที่จะทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน จึงถือว่าไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา116
” หลังจากยึดอำนาจเมื่อปี 2557 คสช.ได้ใช้อำนาจแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชน นิสิตนักศึกษา นักการเมือง เป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังก็มีการยกฟ้อง ไม่อยากให้มีการใช้กฎหมายดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ไปแจ้งความปิดปากให้เกิดความกลัว” นายชูศักดิ์กล่าว
ปิยะบุตร เตรียมเรียก “บุรินทร์” แจงกมธ. ซัด รัฐบาลกลบเกลื่อนขาลง
นายปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวว่า 5ปี ที่ผ่านมามีการไปแจ้งความเอาผิดลักษณะนี้จำนวนมาก สุดท้าย อัยการก็ยกฟ้อง ต่อไปถ้าใช้มาตราดังกล่าวแจ้งความไปทั่ว บุคคลจะไม่กล้าใช้เสรีภาพแสดงความเห็นอีก โดยผู้ที่ไปแจ้งความ ได้ดิบได้ดีมียศเป็นพลตรี นานวันเข้าจะถูกมองว่า เมื่อวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จะโดนคดี116 อีกหรือไม่
นายปิยะบุตรกล่าวอีกว่า ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย เพื่อให้พิจารณา เรื่องการฟ้องคดีเพื่อปิดปาก กลั่นแกล้งกัน โดยตนจะพิจารณาต่อไป และเรียกพล.ต.บุรินทร์ มาให้การ ว่าสุดท้ายแล้ว มีวัตถุประสงค์อะไร อ่านกฎหมายไม่เข้าใจหรือ ที่ผ่านมามีการใช้กฎหมายมั่วซั่วหรือไม่ ต้องเข้ามาให้คำชี้แจงว่า ใช้กฎหมายนี้เพื่ออะไร การร้องทุกข์กล่าวโทษ มีเรื่องบังเอิญอย่างน่าประหลาด เพราะรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทั้งเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังจุดติด แต่มามีการแจ้งความเพื่อเบี่ยงเบน กอ.รมน.และกองทัพคิดอะไรอยู่ หวังจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินต่อไปไม่ได้ ใช่หรือไม่ ต้องถามนายกฯ บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ แต่กลับเอาเรื่องคดีมายัดใส่ให้คนอื่นอีกอย่างนั้นหรือ
เตรียมแจ้งกลับ แจ้งความเท็จ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า กฎหมายกอ.รมน. นายกฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งในทางกฎหมายเท่ากับว่า นายกฯสั่งการให้ดำเนินคดี ซึ่งการไปใช้สิทธิในเรื่องนี้ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่สำคัญอย่างยิ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แถลงเอาไว้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องเร่งด่วน แต่เมื่อมีการไปแจ้งความเช่นนี้ ผู้แจ้งความ กำลังบิดเบือนประเด็นทางกฎหมาย โดยอาจารย์ที่ถูกแจ้งความ ก็ไม่ได้ผูกพันนักการเมือง แต่เป็นนักวิชาการที่ไปทำงานในพื้นที่ แต่กอ.รมน.ก็ไปแจ้งความ เพื่อหวังจะข่มขู่นักวิชาการ ประชาชนว่า ต่อไปไม่ควรแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถ้าเป็นเช่นนี้ ถือเป็นอันตรายต่อประเทศ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวอีกว่า เมื่อมีการแจ้งความเป็นคดีแล้วก็ต้องต่อสู้ทางคดี สำหรับผู้ถูกกล่าวหา จะมีทีมนักกฎหมาย7พรรคเข้าไปช่วยเหลือ เพราะตำรวจต้องเรียกไปสอบสวน นอกจากนี้เรายังพบว่ามีการไปแจ้งความเท็จ เป็นการกระทำเพื่อข่มขู่ โดยนักการเมืองทั้ง 7 พรรค จะมีการดำเนินคดีกับผู้แจ้งความเท็จ ผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจ และกำลังพิจารณาว่าจะไปถึงนายกฯหรือไม่ การที่จะสืบทอดอำนาจ แต่มาใช้กฎหมายบ้านเมืองข่มขู่ ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง
นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กล่าวว่า ถือว่าได้รับเกียรติเป็นคดีแรก นับแต่เป็นหัวหน้าพรรค การที่มีการไปแจ้งความหัวหน้าพรรค นักวิชาการ ทั้งที่เราได้รณรงค์ 4ภาค ก็ได้พูดชัด ไม่แตะหมวด1-2 การที่มีคนไปพูด ประเด็นใด เป็นสิทธิเสรีภาพ การจำกัดสิทธิ เสรีภาพเป็นเรื่องอันตราย ไม่รู้ว่ายังเข้าใจว่า ยังอยู่ในยุคคสช.หรือไม่ จึงยังใช้กฎหมายคุกคามประชาชนผู้เห็นต่าง เมื่อแจ้งความนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน เท่ากับแจ้งความประชาชนด้วย
” สิ่งที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน ทำเพื่อความบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้ประเทศเดินได้ ให้ประเทศฟื้น เมื่อเราโดนคดี ก็คงคิดว่าเราจะหยุด แต่เราไม่หยุด เรายังมีแผนที่จะเดินต่อไป การไปแจ้งความก็เป็นการแจ้งความเท็จ แน่จริงควรไปแจ้งความเอาผิดพล.อ.ประยุทธ์ กรณีถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนด้วย วันอาทิตย์นี้ เราจะไปแจ้งความกลับ” นายนิคมกล่าว
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในฐานะอดีตเลขาธิการสมช. มีข้อห่วงใย พล.ต.บุรินทร์ และหน่วยงานความมั่นคง ที่ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินคดี บุคคลที่ได้รับมอบมา น่าจะไม่แตกฉาน กฎหมายความมั่นคง แทนที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา อาจเป็นเงื่อนไขทำให้เกิดปัญหามากขึ้น โดยทำให้ผู้บังคับบัญชาเดือดร้อนเสียเอง และจากนี้ไป คงจะมีมาตราการตอบโต้เสียบ้าง ขอให้ผู้ที่ได้รับมอบหมาย อ่านกฎหมายให้แตกฉาน ถ้ายังมีการดำเนินการตามใบสั่ง อาจจะเป็น ทุกขัง อนิจจัง การรับราชการต่อไปของท่านอาจไม่ราบรื่น ในวันอาทิตย์ 6 ต.ค. จะมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายทหารผู้นี้
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติกล่าวว่า การไปรณรงค์เรื่องรัฐธรรมนูญ เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และพูดย้ำเสมอ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด1-2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคนที่ไปแจ้งความถ้าไม่เข้าใจกฎหมาย อาจจะต้องไปเปิด กูเกิ้ลดู
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากรณีดังกล่าวเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เมื่อมีผู้ถูกแจ้งความ จะมีทีมนักกฎหมายเข้าไปให้การช่วยเหลือ
