ศรีสุวรรณ นำรายชื่อ ยื่นร้อง ป.ป.ช. ผ่านไปยังศาลฎีกาฯ เพื่อถอดถอน กล่าวหา 7 กกต. ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 9 ประเด็น ชี้ หากศาลประทับรับฟ้อง กกต.ทั้งหมดต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที่
วันนี้ (9 เม.ย.62) เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยและคณะ ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมรายชื่อประชาชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ร่วมกันเข้าชื่อในแบบแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการกล่าวหาว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กระทำการตามมาตรา 234(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 ในข้อหา จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สืบเนื่องมาจากการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการ กกต.2560
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหา กกต.มีทั้งหมด 9 ประเด็น ดังนี้
1) วินิจฉัยบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากนิวซีแลนด์ไม่ถูกต้องตาม ม.114 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย “ทุกสิทธิทุกเสียงมีคุณค่า” เป็นการลิดรอนสิทธิการเลือกตั้งของคนไทยทั้งในและต่างแดนโดยชัดแจ้ง
2) มีการเลื่อนและประวิงเวลาการนับและประกาศผลคะแนนไม่เป็นไปตาม ม.117 พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 แถมมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาอีก 4.4 ล้านใบ โดยไม่สมเหตุสมผล
3) กล่าวอ้างว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิไม่ตรงกับยอดบัตรที่ใช้นั้นอาจเกิดจาก “บัตรเขย่ง” ซึ่งไม่มีปรากฏในกฎหมายใดๆ
4) ไม่ดำเนินการเอาผิดผู้ที่ทำให้บัตรเลือกตั้งจากนอกราชอาณาจักรมาล่าช้า และไม่ได้เอาผิดผู้ที่ทำให้ยอดบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ป.อาญา ม.157
5) ไม่สั่งการตาม ม.57 วรรคสอง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ให้พรรคการเมืองหาเสียงโดยต้องแจ้งที่มาของเงินที่ต้องใช้ตามนโยบาย, ความคุ้มค่าและประโยชน์, ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินการตามนโยบายที่หาเสียง
6) ไม่ดำเนินการเอาผิดผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคน-ทุกพรรคการเมือง ฐานแจ้งความเท็จ ตาม ป.อาญา ม.137 กรณีที่ยื่นใบสมัครเป็น ส.ส. ทั้งๆ ที่รู้ว่าตนเองขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม
7) ใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนในการจัดการเลือกตั้งไปหลายพันล้านบาท แต่ผลที่ได้กลับไม่คุ้มค่าและไม่มีประสิทธิผลขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 ถูกสังคมตำหนิว่า จัดการเลือกตั้งผิดพลาด ล้มเหลว และไม่แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก
8) จัดการเลือกตั้งล่วงหน้า ก่อให้เกิดการผิดพลาด บัตรเลือกตั้งถูกส่งไปสลับหน่วย สลับเขต ทำให้ตรวจสอบไม่ได้ ไม่โปร่งใส
9) ใช้เวลาและภาษีของประชาชนไปต่างประเทศกว่า 12 ล้านบาท โดยอ้างว่าไปตรวจการเลือกตั้ง แต่ไปไม่ครบ 67 ประเทศ ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร เข้าข่าย “เลือกปฏิบัติ” ซึ่งถูกสังคมตำหนิว่าเลือกไปตรวจแต่เฉพาะประเทศที่คนนิยมไปท่องเที่ยว เช่น สวิส เยอรมนี อังกฤษ อเมริกา
“สมาคมฯ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงได้เข้าชื่อกันมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนและเผาผิดตามมาตรา 28(1) ประกอบมาตรา 48 มาตรา 76 ถึงมาตรา 81 และมาตรา 87 และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 และหรือตามอำนาจหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ในการเสนอต่ออัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อระงับการปฏิบัติหน้าที่และเพิกถอนออกจากตำแหน่งต่อไป” นายศรีสุวรรณกล่าว
ทั้งนี้หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหาหรือ 7 กกต. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษาต่อไป
