นิกรประเมินชาติไทยพัฒนาได้ส.ส. 6 คน แต่รับยังหวังเพิ่มจนกว่าจะยืนยันเป็นทางการ เผยสุพรรณฯถิ่นตัวเองชนะยกจังหวัด ลั่นพรรคทำสุดความสามารถแล้ว
วันที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 10.15 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ขณะนี้คะแนนอย่างไม่เป็นทางการทำให้ชาติไทยพัฒนาพอที่จะสรุปได้ว่า ส.ส.เขต ได้ 6 เขต คือ จ.สุพรรณบุรี ได้ ว่าที่ ส.ส. ทั้ง 4 เขต ได้แก่ เขต 1 นายสรชัด สุจิตต์, เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ, เขต 3 นายประภัตร โพธสุธน และเขต 4 นายเสมอกัน เที่ยงธรรม, จ.ร้อยเอ็ด เขต 1 นายอนุรักษ์ จุรรีมาศ, จ.นครปฐม เขต 2 นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ส่วนบัญชีรายชื่อนั้น เนื่องจากคะแนนอย่างเป็นทางการต้องรอฟังจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีกทั้งวิธีการคิดคะแนน มีความซับซ้อน ไม่ใช่เป็นการคาดการณ์เหมือนที่สื่อมวลชนนำมาเผยแพร่ จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าพรรคจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตามการที่ได้ ส.ส. สุพรรณบุรี ทั้งจังหวัด ถือเป็นความสำเร็จ ถือว่าเราชนะตัวเอง ส่วนภาคอีสานนายอนุรักษ์ยังคงรักษาที่มั่นเอาไว้ได้ ถือว่ามีผู้ดูแลพี่น้องชาวอีสาน โดยที่จังหวัดร้อยเอ็ดพรรคได้เปิดสาขาภาคอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ดอยู่ด้วย สำหรับภาพรวมของการเลือกตั้งตนไม่พอใจ แต่ก็ไม่เสียใจ เพราะพรรคได้ทำอย่างสุดกำลังความสามารถในสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
นายนิกร กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่จ.ปัตตานี เดิมพอมีหวังอยู่บ้าง แต่ถูกแซงเอาโค้งสุดท้ายดังนั้นทำให้พื้นที่ภาคใต้ พรรคไม่ได้ส.ส. อีกทั้งภาคเหนือไม่ได้ ส.ส. หายไป 2 ภาค อย่างไรก็ตาม สำหรับบัญชีรายชื่อตัวเลขการนับคะแนนยังไม่นิ่ง คะแนนยังมีเปลี่ยนแปลง จึงต้องรออย่างเป็นทางการ กกต. ที่เตรียมแถลงอีกครั้ง เวลา 14.00 น. ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประเมินตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ เป็นเบื้องต้น คือ ได้ถึงลำดับที่ 5 ได้แก่ นายวราวุธ ศิลปอาชา, นายธีระ วงศ์สมุทร, นายนิกร จำนง, นายนพดล มาตรศรี และ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ทั้งนี้ตนได้บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าการคำนวณคะแนนบัญชีรายชื่อยากมาก และเป็นเหตุให้ กกต.ชะงักเพราะการคำนวณตัวเลขบัญชีรายชื่ออาจไม่ถูกต้องได้ เนื่องจากมีความซับซ้อนตั้งแต่เริ่มคำนวณ ซึ่งจะเป็นการคำนวณที่ยากที่สุด เพราะต้องรวมคะแนนของ ทุกพรรคที่ได้ ก่อนจะนำมาหารด้วยจำนวน 500 ซึ่งเป็นจำนวนส.ส.ทั้งหมด ซึ่งหากหารแล้ว คะแนนไม่ถึงค่าเฉลี่ยที่จะพึงมีส.ส. จะทำให้คะแนนนิยมของพรรคนั้นๆ ถูกดึงหายไปด้วย และจะทำให้ฐานคะแนนลดลง และไม่ได้ส.ส.บัญชี 150 ที่ จะทำให้การคิดตัวเลข ส.ส.บัญชีรายชื่อหายไปด้วยเนื่องจากค่าเฉลี่ยลด ดังนั้นตนมองว่าการคำนวณดังกล่าวต้องให้นักคณิตศาสตร์มาเป็นผู้คำนวณเพราะเป็นตัวเลขทางคณิตศาสตร์ ซึ่งตนไม่ทราบว่าคะแนนค่าเฉลี่ยจะอยู่ที่เท่าใด ดังนั้นตนได้หวังว่าส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคจะได้เพิ่มจากที่คาดการณ์ดังกล่าว
นายนิกร กล่าวว่า การคำนวณคะแนน หากพบว่าบางเขตที่ถูกร้องเรียนว่าทุจริตเลือกตั้ง และต้องเลือกตั้งใหม่ ทำให้คะแนนจริงจะยังไม่ออกมา การคำนวณจำนวน ส.ส.จะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสมทำให้มีปัญหาแฝงเพราะคะแนนจะถูกดึงไปหมด และจะทำให้เกิดความยุ่งยากมาก ยังไม่สามารถรู้ได้เร็วว่าใครจะได้เท่าใด ต้องใช้เวลาพอสมควร ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ของทุกพรรคการเมืองอยู่ในความไม่แน่นอน
นายนิกร กล่าวถึงกรณีที่บางพื้นที่เลือกตั้งพบปัญหาการทุจริตเลือกตั้ง ว่า ให้สิทธิผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องของพื้นที่ที่สามารถดำเนินการฟ้องร้อง ต่อ กกต. ได้ โดยประเด็นดังกล่าวไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากคะแนนเลือกตั้งในพื้นที่ว่ามีความสูสีหรือเสียเปรียบหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจนถึงขณะนี้มีการติดต่อทาบทามเรื่องร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะเรามีกันอยู่หลายคน อาจจะมีคุยหรือไม่คุยตนไม่ทราบ แต่คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะคุย ทั้งพรรคแกนนำและพรรคชาติไทยพัฒนา
เมื่อถามถึงกรณีบัตรเสีย โหวตโน และบัตรเกินที่มีจำนวน สูงมาก นายนิกร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พรรคเคยเตือน กกต. ว่าเรื่องบัตรเสียจะมีปัญหา โดย กกต. แก้ไขเรื่องช่องลงคะแนนไปแล้วก่อนการเลือกตั้ง และพยายามทำให้เกิดความชัดเจน แต่อาจจะทำให้เกิดปัญหาอยู่ได้ อีกประเด็นที่เป็นปัญหา คือ บัตรเลือกตั้งมีความบางมาก เมื่อวางกับโต๊ะในคูหาเลือกตั้ง ส่วนใหญ่เป็นโต๊ะนักเรียนที่พื้นผิวไม่เรียบ ทำให้เวลากาบัตรลงคะแนนจะขาด เมื่อถูกนำไปนับคะแนน ถูกมองว่าเป็นบัตรเสียได้ ซึ่งกรณีนี้ตนเจอด้วยตัวเอง จึงส่งผลให้เรื่องบัตรเสียมีจำนวนมาก ส่วนเรื่องบัตรเลือกตั้งที่เกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ยังไม่ชัดเจน เพราะขณะนี้บัตรแต่ละเขตไม่เหมือนกัน มีถึง 350 แบบ ต้องดูว่าเกินมาจากไหน และไม่รู้ว่าปัญหาเกิดขึ้นที่เขตใด เนื่องจากบัตรแต่ละเขตไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องรอฟังผลการแถลงของ กกต.อีกครั้ง แต่เชื่อว่าถ้ามีคนคิดจะทำบัตรเกินคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องทำทุกหน่วย ซึ่ง กกต.ต้องเตรียมตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ให้ดี และมีคำตอบที่ดีให้กับประชาชน เพราะระบบเลือกตั้งแบบนี้ประเทศไทยไม่เคยใช้มาก่อน
