Zero Waste to Landfill: อินโดรามา เวนเจอร์ส รีไซเคิล 180,000 ล้านขวด สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

Zero Waste to Landfill: อินโดรามา เวนเจอร์ส รีไซเคิล 180,000 ล้านขวด สู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ความร่วมมือระหว่าง Indorama Ventures และ Republic Cement แสดงให้เห็นว่าแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนสามารถช่วยเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรใหม่ได้

Zero Waste to Landfill คือแนวทางการจัดการของเสียที่มุ่งลดปริมาณขยะที่ถูกส่งไปยังหลุมฝังกลบ ผ่านการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยล่าสุด บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ Indorama Ventures เดินหน้าผลักดันแนวคิดดังกล่าวผ่านความร่วมมือกับ Republic Cement & Building Materials ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเปลี่ยนเศษวัสดุจากกระบวนการรีไซเคิลให้กลายเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกสำหรับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ไม่ได้มองว่าของเสียเป็นสิ่งไร้ค่า แต่เป็นทรัพยากรที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้

 

แนวทางลดขยะฝังกลบกับการจัดการพลาสติกยุคใหม่

โครงการนี้เกิดขึ้นที่โรงงาน PETValue Philippines ซึ่งเป็นโรงงานรีไซเคิลขวด PET แบบ Bottle-to-Bottle แห่งแรกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยสามารถนำขวดพลาสติก PET ที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง หรือ rPET เพื่อใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ใหม่

แม้ว่าขวด PET จะสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ แต่ในกระบวนการผลิตยังมีวัสดุบางส่วน เช่น ฝาขวด ฉลาก และเศษพลาสติกที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เดิมได้

วัสดุเหล่านี้จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมรีไซเคิล เพราะหากไม่มีแนวทางรองรับ อาจถูกนำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เปลี่ยนเศษพลาสติกเป็นเชื้อเพลิงทางเลือก ลดการฝังกลบ

ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Indorama Ventures และ Republic Cement วัสดุเหลือใช้จากกระบวนการรีไซเคิลจะถูกส่งต่อไปยัง eocloop ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านการจัดการทรัพยากรของ Republic Cement

วัสดุเหล่านี้จะผ่านกระบวนการ Co-processing เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัด

แนวทางดังกล่าวช่วยให้วัสดุที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะสามารถกลับมาสร้างมูลค่าได้อีกครั้ง พร้อมสนับสนุนระบบการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

Circular Economy เมื่อหลายอุตสาหกรรมร่วมมือกันสร้างความยั่งยืน

การแก้ปัญหาขยะพลาสติกไม่สามารถทำได้ด้วยอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ โรงงานรีไซเคิล ไปจนถึงอุตสาหกรรมที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้ไปต่อยอด

ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

แทนที่จะปล่อยให้วัสดุเหลือใช้กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม กลับสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบใหม่ ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และช่วยลดผลกระทบจากขยะสะสม

อินโดรามา เวนเจอร์ส รีไซเคิลขวดพลาสติกแล้วเกือบ 180,000 ล้านขวด

อินโดรามา เวนเจอร์ส ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการรีไซเคิล PET ของโลก โดยบริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจรีไซเคิลตั้งแต่ปี 2554

ปัจจุบัน บริษัทสามารถรีไซเคิลขวดพลาสติกใช้แล้วได้เกือบ 180,000 ล้านขวด หรือมากกว่า 700 ขวดต่อวินาที ผ่านเครือข่ายโรงงานรีไซเคิลในหลายประเทศ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัทในการลดปริมาณขยะพลาสติก และเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก

การต่อยอดสู่โครงการ Zero Waste to Landfill จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มกระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

จากขยะสู่ทรัพยากรใหม่ เส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน

แนวคิด Zero Waste to Landfill ไม่ได้หมายถึงการกำจัดขยะให้หมดไปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกแบบระบบที่ทำให้วัสดุทุกประเภทสามารถถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด

ความร่วมมือระหว่าง Indorama Ventures และ Republic Cement แสดงให้เห็นว่า วัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมหนึ่งสามารถกลายเป็นทรัพยากรสำหรับอีกอุตสาหกรรมหนึ่งได้

ในอนาคต แนวทางการจัดการขยะรูปแบบนี้จะมีบทบาทมากขึ้น เพราะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนตามหลัก ESG

 

ก้าวสำคัญสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ความร่วมมือระหว่างอินโดรามา เวนเจอร์ส และ Republic Cement แสดงให้เห็นว่าการจัดการขยะอย่างยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

โครงการ Zero Waste to Landfill ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องฝังกลบ แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ สนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่โลกกำลังเผชิญ แนวทางเช่นนี้อาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกสามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างระบบการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และก้าวสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

 

ที่มา : indoramaventures

 

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

https://esguniverse.com/content/tcp/

Developed by sarunyacrop