เปลี่ยน “ทรายทะเลทราย” เป็นอิฐรักษ์โลก นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ ลดคาร์บอน ทางเลือกสู่ Net Zero

เปลี่ยน “ทรายทะเลทราย” เป็นอิฐรักษ์โลก นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างใหม่ ลดคาร์บอน ทางเลือกสู่ Net Zero

อุตสาหกรรมก่อสร้างกำลังถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะหนึ่งในภาคส่วนที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุดของโลก โดยข้อมูลระบุว่า ภาคอาคารและการก่อสร้างมีส่วนปล่อยคาร์บอนเกือบ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ขณะที่ “ปูนซีเมนต์” เพียงอย่างเดียว ก็มีส่วนปล่อยคาร์บอนประมาณ 8–10% ของโลก

 

ท่ามกลางความพยายามลดการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก นักวิจัยกำลังมองหาวัสดุก่อสร้างทางเลือกใหม่ และหนึ่งในนวัตกรรมที่น่าสนใจ คือ “อิฐจากทรายทะเลทราย” ที่สามารถเปลี่ยนทรัพยากรที่เคยถูกมองว่าใช้ประโยชน์ได้ยาก ให้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน

ทำไมทรายทะเลทรายถึงไม่ถูกใช้ในการก่อสร้าง

แม้โลกจะมีทรายจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลทราย แต่ทรายทะเลทรายกลับไม่เหมาะกับงานก่อสร้างแบบดั้งเดิม เนื่องจากเม็ดทรายมีลักษณะกลมและเรียบ ทำให้ยึดเกาะกันได้ไม่ดี ต่างจากทรายแม่น้ำหรือทรายชายฝั่งที่มีเหลี่ยมมุมและสามารถยึดเกาะกับปูนซีเมนต์ได้ดีกว่า ส่งผลให้ทรายทะเลทรายจำนวนมากทั่วโลกไม่ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง แม้ว่าจะมีอยู่ในปริมาณมหาศาลก็ตาม

นวัตกรรมอิฐจากทรายทะเลทราย

นักวิจัยได้พัฒนาอิฐรักษ์โลก โดยใช้

  • ทรายทะเลทราย
  • ของเสียอุตสาหกรรม เช่น fly ash และ slag
  • สารยึดเกาะแบบ alkali-activated

กระบวนการนี้ช่วยลดการใช้ปูนซีเมนต์ และนำของเสียอุตสาหกรรมกลับมาใช้ใหม่ ตามแนวคิด Circular Economy

อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องใช้การเผาในอุณหภูมิสูงแบบอิฐทั่วไป ทำให้สามารถลดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนได้

จุดเด่นของอิฐรักษ์โลกนี้

อิฐจากทรายทะเลทรายมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายด้าน ได้แก่

  • ลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิต
  • ลดการใช้ปูนซีเมนต์
  • แข็งแรงและทนทาน
  • ดูดซึมน้ำน้อย
  • ใช้วัสดุในพื้นที่ ลดการขนส่ง

คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้อิฐจากทรายทะเลทรายอาจกลายเป็นวัสดุก่อสร้างทางเลือกในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งหรือประเทศที่มีทรัพยากรทรายจำนวนมาก

โอกาสของวัสดุก่อสร้างแห่งอนาคต

หากนวัตกรรมนี้สามารถพัฒนาไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้สำเร็จ ทรายทะเลทรายที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า อาจกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของโลก

นวัตกรรมนี้จึงไม่เพียงช่วยลดคาร์บอน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมก่อสร้างสู่ความยั่งยืน

เครดิตและแหล่งที่มา: Springwise