ตลาดสี่มุมเมือง ยกระดับสู่ “Simummuang Sustainable City” ต้นแบบความยั่งยืนระดับสากล เติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ตลาดสี่มุมเมือง ยกระดับสู่ “Simummuang Sustainable City” ต้นแบบความยั่งยืนระดับสากล เติบโตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ตลาดสี่มุมเมืองเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายสู่ “Simummuang Sustainable City” ประกาศ Roadmap 5 ปี ยกระดับการบริหารจัดการเมือง ต้นแบบศูนย์กลางค้าส่งที่เติบโตควบคู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบ ESG อย่างเป็นรูปธรรมผ่านแกนหลัก 3 ด้าน :พลังงาน, การจัดการของเสีย และสังคม

คุณไอริณ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาองค์กรตลาดสี่มุมเมือง กล่าวว่า “Simummuang Sustainable City” คือการปรับโครงสร้างธุรกิจในระดับระบบเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับหลักสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงโครงสร้างระยะสั้น แต่คือการบูรณาการความยั่งยืนสู่แกนกลยุทธ์ขององค์กรโดยตรง

 

คุณไอริณ ภัทรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาองค์กรตลาดสี่มุมเมือง

 

เราขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2556 ครอบคลุมตั้งแต่การคัดแยก และเพิ่มมูลค่าขยะ เช่น การแปรรูปขยะอินทรีย์เป็นอาหารสัตว์ การบริหารจัดการขยะรีไซเคิล การพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย ไปจนถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังอาคารห้องเย็น โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือรากฐานของ Simummuang Sustainable City ในปัจจุบัน

 

คุณไอริณ กล่าวต่อว่าเพื่อยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ตลาดสี่มุมเมืองยังได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพรินต์ขององค์กร (CFO) ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในปี 2567 จากการบริหารจัดการขยะภายใต้โครงการ LESS โดยตลาดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 40,000 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมจัดกิจกรรม Carbon Neutral Event ซึ่งสร้างผลลัพธ์เทียบเท่าการปลูกต้นไม้มากกว่า 14,000 ไร่

 

 

เราตั้งเป้าให้ตลาดสี่มุมเมืองเป็นต้นแบบขององค์กรไทยที่ขับเคลื่อนตามหลัก ESG โดยพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจสีเขียวไม่เพียงสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน และดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

3 แกนหลัก Simummuang Sustainable City

1.ด้านพลังงาน: วางรากฐานพลังงานสะอาดทั้งระบบเพื่อก้าวสู่ Net Zero ในอนาคต ผ่านโครงการสำคัญประกอบด้วย

  • การติดตั้ง Solar Cell กำลังการผลิตรวม 3.98 เมกะวัตต์พีก (MWp) ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 19 ล้านบาทต่อปี และเป็นกลไกหลักในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของตลาดอย่างต่อเนื่อง
  • มาตรการยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั้งระบบ อาทิ การควบคุมอุณหภูมิห้องเย็นอย่างเหมาะสม การปรับปรุงระบบทำความเย็น และการเปลี่ยนอุปกรณ์เป็นรุ่นประสิทธิภาพสูงประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี

 

  • พัฒนาระบบติดตาม และบริหารจัดการการใช้พลังงาน (Monitoring Platform): ลดการใช้ไฟฟ้า และน้ำมันดีเซลลง 15% ภายในปี 2028
  • สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): ปรับเปลี่ยนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ขององค์กรเป็นยานยนต์ไฟฟ้าภายในปีนี้ พร้อมพัฒนาจุดชาร์จไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่ตลาด เพื่อรองรับผู้ค้า และผู้ใช้บริการ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15% ภายใน 3 ปี

 

2.ด้านจัดการของเสีย: ตั้งเป้า Zero Waste to Landfill ภายในปี 2570 ลดขยะฝังกลบให้เป็นศูนย์

  • การเพิ่มมูลค่าจากขยะ (Waste to Value): ตลาดคัดแยกขยะอินทรีย์ และรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้รวมประมาณ 26 ล้านบาทต่อปี มีการนำขยะอินทรีย์ไปแปรรูปเป็นอาหารสัตว์ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ เช่น สบู่เหลวจากเปลือกส้มโอเพื่อใช้ในห้องน้ำทั่วตลาด ปัจจุบันผลิตได้ 14,000 ลิตรต่อปี และช่วยลดค่าใช้จ่าย 180,000 ต่อปี และในปี 2026 ตลาดมีแผนผลิตปุ๋ยจากขยะอินทรีย์ คาดว่าจะสร้างรายได้กว่า 77 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการนำขยะส่วนที่เหลือไปผลิตเป็นเชื้อเพลิง (RDF) ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะได้เพิ่มอีกประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี
  • ระบบบำบัดน้ำเสีย (Water Treatment): ตลาดมีระบบบำบัดน้ำเสียผ่านมาตรฐานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัดปทุมธานี รองรับการบำบัดวันละ 6,500 ลบ.. และนำกลับมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดค่าใช้น้ำได้ประมาณ 800,000 บาทต่อปี

 

 

3.ด้านสังคม: ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนในระบบนิเวศของตลาด

  • โรงเรียนพัฒนาวิทยา: ก่อตั้งขึ้นเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพแก่บุตรหลานของพนักงาน และพ่อค้า แม่ค้าในตลาด พร้อมช่วยลดภาระการเดินทาง และค่าใช้จ่ายของครอบครัว
  • สี่มุมเมือง Academy: ศูนย์พัฒนาโอกาส และทักษะอาชีพ ที่เปิดหลักสูตรอบรมฟรีสำหรับผู้ค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป โดยเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญควบคู่ประสบการณ์จริง พร้อมหลักสูตรต่อยอดด้านการตลาดออนไลน์ การส่งเสริมการขาย และการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในยุคดิจิทัล และการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของผู้ประกอบการ

 

 

  • สวัสดิการเพื่อดูแลครอบครัวสี่มุมเมือง: ตลาดมีบริการตรวจสุขภาพ รถทันตกรรมเคลื่อนที่ และวัคซีนที่จำเป็น อาทิ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ค้า และแรงงานในตลาดสำหรับแรงงานไทย มีสวัสดิการเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว และสร้างหลักประกันขั้นพื้นฐาน ขณะที่แรงานต่างชาติได้รับการสนับสนุนผ่านศูนย์บริการด้านเอกสารการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมายในราคาประหยัดกว่าค่าบริการภายนอกถึง 25% เพื่อส่งเสริมการจ้างงานที่เป็นธรรมและโปร่งใส
  • เชื่อมโยงสู่สังคมภายนอก: ร่วมมือกับองค์กรภาคสังคม อาทิ มูลนิธิ SOS ประเทศไทย ส่งต่อวัตถุดิบอาหารคุณภาพกระจายสู่ชุมชนเปราะบางในกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเปิดตลาดเป็นพื้นที่เรียนรู้ให้สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าศึกษาดูงาน และแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการ และความยั่งยืน

 

 

เป้าหมายสูงสุดของโรดแมป “Simummuang Sustainable City” เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานความยั่งยืนที่แท้จริงภายในปี 2030 ด้วยแผนการดำเนินงานที่สอดประสานกันทั้ง 3 ด้าน คือ พลังงานการจัดการของเสียสังคม ปักธงมุ่งสู่การเป็นเมืองที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์

 

ติดตาม ตลาดสี่มุมเมือง ได้ที่ คลิก