‘ขัตติยา อินทรวิชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กับเป้าหมายการเป็น “ธนาคารยั่งยืนอันดับ 1”

29/01/2026
Post Views: 164
‘ขัตติยา อินทรวิชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กับเป้าหมายการเป็น “ธนาคารยั่งยืนอันดับ 1”
‘ขัตติยา อินทรวิชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กับเป้าหมายการเป็น “ธนาคารยั่งยืนอันดับ 1”

ในโลกธุรกิจที่ความผันผวนและวิกฤตความเชื่อมั่นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การยืนหยัดในฐานะองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบเชิงระบบอย่างจริงจัง ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ภายใต้การนำของ ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้รับการประเมินอยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลกอย่าง Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) ต่อเนื่องยาวนานถึง 9 ปี และกำลังก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างมั่นคง

คำถามสำคัญคือ อะไรทำให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเคลื่อนตัวได้เร็วและมั่นคงในเวลาเดียวกัน

G (Governance) คือ DNA ไม่ใช่แค่ Framework

ในมุมมองของผู้บริหาร KBank “G” ไม่ใช่ตัวอักษรท้ายสุดใน ESG แต่คือรากฐานของทุกมิติ ธุรกิจธนาคารตั้งอยู่บนคำว่า “ความเชื่อมั่น” หากผู้ฝากเงินไม่เชื่อมั่น ธุรกิจก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ดังนั้น ธรรมาภิบาลและจริยธรรมจึงเป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด ไม่ใช่เพียงแนวปฏิบัติที่ดี

องค์กรที่ขาด Governance ที่แข็งแรงอาจเติบโตได้ในระยะสั้น แต่ยากจะอยู่รอดในระยะยาว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ KBank วางเรื่องนี้เป็น DNA ขององค์กรตั้งแต่ระดับคณะกรรมการจนถึงพนักงานหน้างาน

จาก Shareholder สู่ Stakeholder: การปรับวิสัยทัศน์เพื่อความยั่งยืนจริง

KBank ปรับกรอบคิดจากการสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้ผู้ถือหุ้น ไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืนให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งลูกค้า พนักงาน คู่ค้า ผู้กำกับดูแล และสังคมโดยรวม การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำเชิงภาพลักษณ์ แต่ถูกกำหนดเป็นนโยบายจากระดับคณะกรรมการธนาคารโดยตรง พร้อมระบบติดตามที่ชัดเจน

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการมองความยั่งยืนในฐานะกลยุทธ์ธุรกิจระยะยาว ไม่ใช่กิจกรรมเสริม

Lead by Design: ออกแบบโครงสร้างให้ “ช้าง” วิ่งเร็ว

องค์กรขนาดใหญ่ถูกเปรียบเหมือน “ช้าง” ที่ทรงพลังแต่เคลื่อนตัวช้า ความท้าทายของผู้นำคือทำอย่างไรให้ช้างเคลื่อนที่ได้เร็วโดยไม่เสียเสถียรภาพ คำตอบของ KBank คือแนวคิด “Lead by Design”

แทนที่จะอาศัยการนำแบบบุคคลเป็นศูนย์กลาง องค์กรเลือกออกแบบโครงสร้างให้เอื้อต่อความคล่องตัว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ใกล้หน้างานมากขึ้น พนักงานจึงสามารถคิด ตัดสินใจ และลงมือทำได้ภายใต้กรอบที่ชัดเจน

ขณะเดียวกัน การสื่อสารไม่ได้เป็นเพียงแบบบนลงล่าง แต่เปิดพื้นที่ให้เสียงจากพนักงานสะท้อนกลับขึ้นไปยังผู้บริหาร เพื่อให้ทิศทางองค์กรสอดคล้องกับความเป็นจริงในสนามธุรกิจ

Disrupt ตัวเองก่อนถูก Disrupt

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมการเงินอย่างรวดเร็ว KBank มองว่าเทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรู แต่คือเครื่องมือในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและลดต้นทุนการดำเนินงาน สิ่งสำคัญคือการปรับ Mindset ให้พร้อมเปลี่ยนแปลง แม้ในวันที่ธุรกิจเดิมยังทำกำไรได้ดี

แนวคิด “Disrupt ตัวเองก่อนที่คนอื่นจะมา Disrupt เรา” จึงเป็นการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ เพื่อไม่ให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันต่อ Fintech หรือผู้เล่นรายใหม่ในตลาด

3 Lines of Defense: ระบบที่ทำให้ Governance ทำงานจริง

เพื่อให้ธรรมาภิบาลไม่ใช่เพียงคำประกาศ KBank ใช้โครงสร้างการควบคุมภายในแบบ 3 Lines of Defense อย่างเป็นระบบ หน่วยงานปฏิบัติการต้องตระหนักและบริหารความเสี่ยงในงานของตนเอง ขณะที่ทีม Compliance และ Risk Management ทำหน้าที่กำกับภาพรวมและติดตามความเสี่ยงเชิงสถิติ ส่วนทีมตรวจสอบภายในที่มีความเป็นอิสระสูงสุดจะรายงานตรงต่อคณะกรรมการธนาคาร โดยนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ

โครงสร้างนี้ทำให้ Governance กลายเป็นระบบที่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงาน ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมที่พึ่งพาความสมัครใจ

บทสรุปของ “คนพันธุ์ G”

สำหรับขัตติยา อินทรวิชัย การเป็น “คนพันธุ์ G” คือการมีจิตสำนึกเรื่องการกำกับดูแลและจริยธรรมในทุกการตัดสินใจ และการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับโมเดลธุรกิจให้ทันต่อโลกที่เปลี่ยนไป

บทเรียนจาก KBank สะท้อนว่า ความยั่งยืนไม่ได้เกิดจากความใหญ่ขององค์กร แต่เกิดจากการออกแบบโครงสร้าง การกำกับดูแลที่เข้มแข็ง และความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนใคร

เมื่อธรรมาภิบาลแข็งแรง ไม่ใช่เพียงธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยั่งยืนให้สังคมไทยในระยะยาว.