สหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) เปิดเผยถึงอัตราการใช้งานหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก ซึ่งกำลัง “เพิ่มขึ้นในระดับสูง” เนื่องจากสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นเป็น 126 ตัว ต่อพนักงาน 10,000 คน ในปี 2020
รายงานหุ่นยนต์โลก 2021 (2021 World Robot Report) ที่เผยแพร่โดยสหพันธ์ฯ ระบุว่าทวีปเอเชียและออสเตรเลียครองสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์โดยเฉลี่ยสูงสุดที่ 134 ตัว ตามมาด้วยยุโรปที่ 123 ตัว และอเมริกาที่ 111 ตัว
“มิลตัน เกอร์รี” ประธานสหพันธ์ฯ กล่าวว่า สัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์ถือเป็นตัวชี้วัดระดับการประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก
รายงานชี้ว่าเกาหลีใต้มีสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์สูงสุดในโลกนับตั้งแต่ปี 2010 ด้วยจำนวน 932 ตัว ต่อพนักงาน 10,000 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 7 เท่า

โดยในรายงานระบุว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้พึ่งพาหุ่นยนต์ใน 2 อุตสาหกรรมขนาดใหญ่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่โดดเด่น ซึ่งสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2015
ขณะสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์ในจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากที่สุดในโลกจาก 49 ตัวในปี 2015 เป็น 246 ตัวในปี 2020 โดยครองอันดับ 9 ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับอันดับ 25 เมื่อ 5 ปีก่อน

ด้านเยอรมนีเป็นประเทศที่มีระบบอัตโนมัติมากที่สุดในยุโรปด้วยสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์ที่ 371 ตัวในปี 2020 โดยอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของเยอรมนีกำลังฟื้นตัวด้วยแรงหนุนจากธุรกิจในต่างประเทศที่แข็งแกร่งเป็นหลัก
ส่วนในสหรัฐฯ พบว่า ความทันสมัยของโรงงานผลิตในประเทศช่วยกระตุ้นยอดจำหน่ายหุ่นยนต์ เนื่องจากสัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นจาก 176 ตัวในปี 2015 เป็น 255 ตัวในปี 2020 อีกทั้งการใช้หุ่นยนต์เชิงอุตสาหกรรมยังช่วยให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนอีกด้วย
ที่มา : xinhuathai
