ภายหลังจาก “ไฟเซอร์” ได้ประกาศพัฒนา “ยาเม็ดป้องกันโควิด” เมื่อเดือน มี.ค.64 โดยทดลองในมนุษย์ระยะที่ 1 เพื่อช่วยให้บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถรอดพ้นจากการติดเชื้อได้นั้น ล่าสุด บริษัทไฟเซอร์ อินซ์ ได้ประกาศการเริ่มทดสอบทางคลินิกเฟสสุดท้าย
การทดสอบนี้จะมีขึ้นใน กลุ่มบุคคลที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่แสดงอาการ โดยการใช้ ยาเม็ดป้องกันโควิด-19 ที่มีชื่อเรียกว่า PF-07321332
PF-07321332 เป็นยาประเภท protease inhibitors ซึ่งยับยั้งเอนไซม์โปรติเอส หรือการทำให้กระบวนการสร้างส่วนประกอบโปรตีนของไวรัสไม่สมบูรณ์) ซึ่งยา PF-07321332 จะทำงานในการยับยั้งเอนไซม์ที่เชื้อโควิด-19 ใช้ในการคัดลอกตัวเองภายในเซลล์ร่างกายมนุษย์ ทำให้ไม่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ได้
สำหรับการทดสอบในระยะสุดท้ายจะเริ่มในอาสาสมัคร อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีร่างกายแข็งแรงจำนวน 2,660 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิด หรืออยู่ในที่พักอาศัยซึ่งมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยอาสาสมัครถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งให้กินยาเม็ด ป้องกันติดโควิด-19 ของไฟเซอร์ และจะต้องกินยาเม็ดวันละ 2 เวลาต่อเนื่องเป็นเวลา 5 หรือ 10 วัน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้กินยาหลอก
จากนั้นทีมวิจัยจะประเมินประสิทธิภาพของยา PF-07321332 ในการป้องกันการติดเชื้อ และอาการต่างๆ ภายใน 14 วันหลังจากต้องอยู่ร่วมกับคนในบ้านที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19
ขณะเดียวกัน ไฟเซอร์ ยังได้เริ่มศึกษาการใช้ยา PF-07321332 กับผู้ติดเชื้อโควิด ที่มีอาการป่วยไม่รุนแรงจนต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลด้วย
Mikael Dolsten หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์และประธานฝ่ายวิจัยพัฒนาการแพทย์ของไฟเซอร์ กล่าวว่า “จากการเกิดขึ้นและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องของสายพันธุ์ SARS-CoV-2 ซึ่งมีผลกระทบมหาศาล ทำให้เราต้องพัฒนา ยาต้านไวรัสชนิดกิน ที่สามารถลดผลกระทบของโควิด-19 ได้ ไม่ใช่แค่เพียงปกป้องชีวิตผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชีวิตของครอบครัวและสมาชิกในครอบครัวของพวกเขาด้วย”
