กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลสุ่มตรวจผู้ป่วยโควิดในไทย พบ สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ระบาดมากสุดเป็นส่วนใหญ่ประเทศ กว่า 78% เฉพาะ กทม.พบกว่า 86% รองลงมาเป็น อัลฟา(อังกฤษ)
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยผลการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด 19 ในประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ เครือข่ายห้องปฏิบัติการ ว่า แนวโน้มในภาพรวมของประเทศจากข้อมูลการเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 24 -30 ก.ค.64
ทั้งนี้จากการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อทั้งหมด 2,547 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 1,993 ราย (78.2%) สายพันธุ์อัลฟา (อังกฤษ) จำนวน 538 ราย (21.2%) และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 16 ราย (0.6%)
โดยในพื้นที่กทม.สุ่มตรวจ จำนวน 1,229 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,059 ราย (86.2%) สายพันธุ์อัลฟาจำนวน 170 ราย (13.8%) ส่วนสายพันธุ์เบตาไม่พบผู้ติดเชื้อ
ขณะที่ส่วนภูมิภาคสุ่มตรวจ จำนวน 1,318 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา 934 ราย (70.9%) สายพันธุ์อัลฟา 368 ราย (27.9%) และสายพันธุ์เบตา 16 ราย (1.2%)
โดยขณะนี้สายพันธุ์เดลตาพบ 74 จังหวัด ส่วนสายพันธุ์เบตาสัปดาห์นี้พบเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ พบมากสุด ที่ จ.ยะลา 14 ราย สงขลา และตรัง จังหวัดละ 1 ราย
สำหรับสายพันธุ์แลมบ์ดาที่พบในแถบประเทศอเมริกาใต้ ยังไม่พบในประเทศไทยแต่อย่างใด และยังเป็นเพียงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ(Variant of Interest) ตามการแบ่งระดับขององค์การอนามัยโลก(WHO)



เรื่องที่น่าสนใจ
