พาณิชย์ แก้วิกฤตราคาปุ๋ยแพง หลังความต้องการใช้ปุ๋ยตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ออกมาตรการช่วยเกษตรกร ขอความร่วมมือพ่อค้าปุ๋ยตรึงราคาขาย พร้อมจัดโครงการลดราคาเฉลี่ยกระสอบละ 20บาท เป้าหมาย 208,411 ตัน ภายในเดือน ส.ค.64
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาปุ๋ยในตลาดมีการปรับราคาสูงขึ้น จากสาเหตุสำคัญคือ วัตถุดิบแม่ปุ๋ยยูเรีย แม่ปุ๋ยฟอสเฟต และแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม รวมถึงปุ๋ยเคมีสำเร็จรูปที่ส่วนใหญ่ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีการปรับราคาสูงขึ้น
เนื่องจากความต้องการใช้ปุ๋ยเคมีในต่างประเทศเพิ่มขึ้น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ขอความร่วมมือให้ผู้จำหน่ายปุ๋ยตรึงราคาออกไประยะหนึ่งเข้มงวดการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย

และตรวจสอบสถานการณ์ราคาและเพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิตอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพและเพื่อลดภาระการผลิตให้กับเกษตรกร
นอกจากนี้ยังร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดทำโครงการลดราคาปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร โดยขอความร่วมมือ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร จำนวน 3 สมาคม ประกอบด้วยผู้ผลิตและนำเข้าแม่ปุ๋ยและปุ๋ยเคมี จำนวน 19 ราย โดยมีปุ๋ยที่ได้รับความนิยม รวม 84 สูตร อาทิ สูตร 46-0-0 สูตร 16-20-0 สูตร 21-0-0 และ สูตร 15-15-15 เป็นต้น
และจำหน่ายผ่านสหกรณ์และสถาบันเกษตรกร ในราคาถูกกว่าท้องตลาด โดยลดราคาเฉลี่ยกระสอบละ 20 บาท เป้าหมาย 208,411 ตัน ผ่านกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งจะดำเนินการให้ครบตามเป้าหมายจนถึงสิ้นเดือนส.ค. 64
สำหรับผลการดำเนินงานในรอบที่ 1 ได้เชื่อมโยงจำหน่ายผ่านสถาบันเกษตรกร จำนวน 97 แห่งรวม 591,940 กระสอบ (29,597 ตัน) แบ่งเป็นสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร จำนวน 85 แห่ง ยอดรวม 587,980 กระสอบ (29,399 ตัน) ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน/วิสาหกิจชุมชน/แปลงใหญ่ จำนวน 12 แห่ง ยอดรวม 3960 กระสอบ (198 ตัน)
ทั้งนี้สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 11,838,800 บาท ซึ่งสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์
ขณะเดียวกันได้มีมาตรการการกำกับดูแลด้านปริมาณและราคา โดยผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่าย ตั้งแต่ 100 ตันขึ้นไป ต้องแจ้งปริมาณผลิต นำเข้า จำหน่าย คงเหลือ สถานที่เก็บ เป็นประจำทุกเดือน ภายในวันที่ 10 ของเดือน ผู้ผลิตจะต้องขออนุญาตเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่าย และผู้นำเข้าต้องแจ้งการนำเข้า (ปริมาณ ราคา ยี่ห้อ สูตร) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นำเข้า ตามประกาศ กกร.

อย่างไรก็ตามหากพบว่ามีการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าในราคาแพงเกินสมควร จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายจะมีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 10,000 บาท สามารถแจ้งหรือร้องเรียนสายด่วน 1569 กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด
เรื่องที่น่าสนใจ
“ไฟเซอร์-สธ.” เซ็นสัญญาซื้อขายวัคซีนแล้ว เตรียมส่ง 20 ล้านโดส ถึงไทยไตรมาส 4 ปีนี้
