ราชกิจจาฯ ประกาศ ก.สาธารณสุข จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 กรณีเหตุฉุกเฉิน-จำเป็น

ราชกิจจาฯ ประกาศ ก.สาธารณสุข จัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 กรณีเหตุฉุกเฉิน-จำเป็น

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข จัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรณีเหตุฉุกเฉิน-จำเป็น ให้สถาบันวัคซีนทำ MOU พัฒนาการผลิต กรมควบคุมโรคจัดซื้อ-บริหารจัดการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค.63 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID – 19)) ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็น พ.ศ.2563 ระบุว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19(Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั่วโลก ซึ่งมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก

ประกอบกับเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศ ให้การระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public healthemergency of international concern (PHEIC)) ดังนั้น เพื่อให้การจัดหาวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าว สำหรับใช้ในการป้องกันการระบาดของโรคในประเทศให้มีความรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ และให้ประชาชนในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID- 19)) พร้อมๆกับประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนดังกล่าว รวมทั้งลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อป้องกัน ควบคุม รักษา หรือลดความรุนแรงของโรค หรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 18 (4) แห่งพระราชบัญญัติ ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การจัดหาวัคซีนป้องกัน โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID- 19)) ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็น พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติดำเนินการจัดทำบันทึกความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานของเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่มีศักยภาพในการวิจัย การพัฒนาการผลิตวัคซีนเพื่อดำเนินการให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID – 19)) ล่วงหน้า
ข้อ 4 การทำบันทึกความตกลงและร่วมมือตามข้อ 3 หากจะมีข้อผูกพันทางงบประมาณ ในลักษณะการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment; AMC)
ซึ่งมีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุอื่นๆ ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการ และสามารถจัดหาวัคซีนตามเงื่อนไขในบันทึกความตกลงและร่วมมือดังกล่าว

ข้อ 5 ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติประสานกับสำนักงบประมาณหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการจัดทำคำขอและขอรับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อใช้ในการดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID- 19))

ข้อ 6 ให้กรมควบคุมโรคดำเนินการจัดซื้อและบริหารจัดการวัคซีนที่จัดหามาตามข้อ 3

สำหรับรองรับสถานการณ์การระบาดของโรค โดยร่วมกับองค์การเภสัชกรรม สภากาชาดไทย ผู้ผลิตวัคซีน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในการบริหารจัดการคลังวัคซีน กระจายวัคซีนตามแผนการบริหาร จัดการวัคซีนและรับผิดชอบในการดูแลระบบลูกโซ่ความเย็น กำกับคุณภาพวัคซีนและมาตรฐาน การให้บริการวัคซีน ติดตามการกระจายวัคซีนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและติดตามอาการไม่พึงประสงค์ ภายหลังการได้รับวัคซีน

ประกาศ ณ วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2563
อนุทิน ชาญวีรกูล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ข่าวที่น่าสนใจ

นักวิจัยเผย! โควิด-19 อยู่ได้นานสูงสุด 28 วัน บนพื้นผิวทั่วไป