ยิ้มไม่หยุด “อนุทิน” เผย 14 ประเทศอาเซียน-พันธมิตร ชื่นชมไทย บริหารสถานการณ์โควิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ปกปิดข้อมูล ทำให้เกิดการตื่นตัว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ประชุมคณะกรรมการอนามัยโลก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมัยที่ 73 ผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ในวันนี้ (9 ก.ย.63) ว่า ตน ได้รับเลือกจากคณะกรรมการฯ ที่ประกอบด้วยสมาชิก 14 ประเทศ ให้เป็นประธานคณะกรรมการฯ โดยดำรงวาระ 1 ปี (ถึงปี 2564) จากการที่ประเทศไทยสามารถจัดการสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนเป็นที่ชื่นชม และเป็นตัวอย่างที่ดีตัวอย่างหนึ่งของโลก
ทั้งนี้ในการได้รับเลือกให้เป็นประธานฯ ดังกล่าว มี รมว.สธ.ประเทศภูฏาน เป็นผู้เสนอชื่อตน และมี รมว.สธ.ประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้รับรอง โดยในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ตนจะปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานฯ โดยจะนำเสนอเรื่องปัญหาสาธารณสุขต่างๆ นโยบาย แผน ความร่วมมือระหว่างประเทศภูมิภาค และความช่วยเหลือกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเน้นไปที่เรื่องโควิด-19 และนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นวาระแห่งชาติ
สำหรับในที่ประชุม ทุกประเทศได้ให้เกียรติประเทศไทย ว่า เป็นประเทศที่บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างดีเลิศ และไม่ปกปิดข้อมูลข่าวสารใดๆ กับประชาชน กล้าระบุว่าพบผู้ติดเชื้อในประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการตื่นตัว ทำให้รับมือสถานการณ์ได้อย่างดี
ในส่วนข้อเสนอของไทยในการประชุมครั้งนี้ เราได้กล่าวถึงการต่อสู้กับโควิด-19 ของประเทศไทย ที่ทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ ความปลอดภัยของประชาชน และทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ขณะเดียวกันตนในฐานะประธานฯหวังว่าทุกประเทศจะให้ความสำคัญกับการจัดการสถานการณ์ของประเทศตัวเองอย่างเต็มความสามารถ เมื่อมีการอนุญาตให้สัญจรไปมาระหว่างประเทศได้ ทุกประเทศจะได้มีความปลอดภัย
นอกจากนี้ ตนยังได้กล่าวในที่ประชุมว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะพัฒนาวัคซีนกับทุกสถาบันที่มีความก้าวหน้า ขอให้ความมั่นใจว่านอกเหนือการดูแลประชาชนจากโควิด-19 เรายังเตรียมพร้อมเรื่องเวชภัณฑ์ต่างๆด้วย ขณะนี้เรามีความพร้อมเรื่องยา โดยการซื้อลิขสิทธิ์ยาที่จะนำมารักษาคนไข้ โดยองค์การเภสัชกรรมได้เริ่มกระบวนการใช้สารตั้งต้นมาพัฒนาแล้ว ก่อนส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตรวจสอบรับรองต่อไป
ข่าวที่น่าสนใจ
ปิดโรงเรียนสารสาสน์วิเทศศึกษา 1 สัปดาห์ ผู้ปกครองเด็กเสี่ยงติดโควิด-19
