ดัน HIA แก้ปัญหาผลกระทบ “โรงไฟฟ้าชีวมวล” หวั่นชาวอีสานอ่วมสารเคมี!

ดัน HIA แก้ปัญหาผลกระทบ “โรงไฟฟ้าชีวมวล” หวั่นชาวอีสานอ่วมสารเคมี!

สช.ผนึกภาคีจัดทำ “ข้อเสนอเชิงนโยบาย” จากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) หลัง “โรงไฟฟ้าชีวมวล” ภาคอีสาน 15 จังหวัด จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว 71 บริษัท หวังแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

 

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.63 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวทีนำเสนอ “ข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) กรณีการผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ ผลกระทบ และข้อจำกัด ซึ่งจะนำไปประกอบการจัดทำนโยบายสาธารณะ และขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นายสุทธิพงษ์ วสุโสภาพล รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ (HIA) เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของสังคม เพื่อวิเคราะห์และคาดการณ์ผลกระทบต่อสุขภาพทั้งเชิงบวกและลบ รวมถึงปัจจัยทางสังคมที่ผลกระทบต่อสุขภาพ (ปัจจัยกำหนดสุขภาพ) โดยจะใช้ข้อมูลจากแต่ละพื้นที่เป็นตัวตั้ง

 

 

ในกระบวนการจัดทำ HIA จะมีการนำเครื่องมือที่หลากหลายเข้ามาช่วยวิเคราะห์ มีการนำกระบวนการการมีส่วนร่วมของพื้นที่เข้ามาใช้ มีการคาดการณ์ผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบโดยมีปัจจัยกำหนดสุขภาพของพื้นที่เป็นตัวกำหนด ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีทางเลือกหลากหลายทิศทาง และทางเลือกเหล่านั้นก็จะนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะเลือกทางเลือกใด

“ในส่วนของข้อเสนอเชิงนโยบายซึ่งผ่านการขัดเกลาและกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากในพื้นที่มาเป็นระยะแล้วนั้น เมื่อผ่านการพูดคุยและให้มุมมองจากผู้ที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้แล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการผลักดันเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจ โดยจะเสนอให้คณะกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ เพื่อพิจารณานำเสนอต่อไปยังคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ต่อไป” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

จากนั้นที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์ โดย นางวิจิตรา ชูสกุล ผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาอีสาน กล่าวถึงสถานการณ์พลังงานในพื้นที่ภาคอีสาน ระบุว่าส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานชีวมวล ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่จ่ายไฟเข้าระบบแล้ว 71 บริษัท กระจายตัวอยู่ใน 15 จังหวัด มีกำลังการผลิตติดตั้ง 948.55 เมกะวัตต์ กำลังการผลิตที่ขาย 595.13 เมกะวัตต์

ส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองที่ตั้งไว้ 15% นั้น ทุกวันนี้ภาคอีสานมีอยู่กว่า 47% โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP 2025) ได้กำหนดเอาไว้ว่า ในปี 2565 จะมีการผลิตไฟฟ้าชีวมวลทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึง 3,700 เมกะวัตต์

“ภาคอีสานถือเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำรองจากภาคกลาง แต่ปัจจุบันพื้นที่ถูกเปลี่ยนไปเพื่อผลิตอ้อยจำนวนมาก เรากำลังเป็นห่วงว่าจากสัดส่วนพลังงานชีวมวลที่จะเพิ่มขึ้นนั้น ยิ่งทำให้ต้องใช้พื้นที่ในภาคอีสานปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ซึ่งตามแผนแล้วจะต้องใช้พื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มจากเดิม 10 ล้านไร่ เป็น 16 ล้านไร่ ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือปัญหาสารเคมีในดิน” นางวิจิตรา กล่าว

รศ.ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงผลกระทบในมิติสุขภาพ ว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลจะทำให้เกิดฝุ่น อยู่ระหว่าง 30-80 มิลลิกรัมต่อกิโลวัตต์ไฟฟ้า และจากการเก็บข้อมูลเชื้อเพลิงและเถ้าบริเวณปกปล่องโรงไฟฟ้าไปตรวจวิเคราะห์ พบว่ามีทั้งสารก่อมะเร็ง PAHs ซัลเฟอร์ไดออกไซด์หรือกรดกำมะถันที่จะทำลายขนในระบบทางเดินหายใจ ออกไซด์ของไนโตรเจน ที่จะสร้างความระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ตลอดจนสารอินทรีย์ระเหย และฝุ่นละออง

ด้าน ผศ.ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กล่าวว่า การตัดสินใจเชิงนโยบายก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ผ่านมา มี 2 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่

 

 

1. การตัดสินใจก่อสร้างไม่ได้มีการจัดทำรายงานประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)

2. การใช้ช่องโหว่ของกฎหมายหลบเลี่ยงการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เช่น เมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ในโครงการโรงไฟฟ้าขนาดตั้งแต่ 10 เมกะวัตต์ขึ้นไป เจ้าของโครงการก็จะเสนอก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 9.9 เมกะวัตต์ หลายๆ โรงแทน

 ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงข้อเสนอเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) เพื่อลดผลกระทบจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานชีวมวลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีด้วยกัน 7 ประเด็นใหญ่ ครอบคลุมการบูรณาการการทำงานแบบมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล ผู้ประกอบการ ประชาชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบโดยให้ความสำคัญกับสุขภาวะของประชาชนในทุกมิติ

อาทิ การเสนอให้มีการจัดทำ SEA ที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน การสร้างกลไกกลางเพื่อทำหน้าที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน การพิจารณาอนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลทุกขนาดต้องใช้ข้อมูลการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA/CHIA) ประกอบกับ EIA/EHIA ตลอดจนนำหลักการ Business & Human Rights มาใช้ กล่าวคือ เมื่อเกิดความเสียหายต้องมีการชดเชยเยียวยาทันที

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

“กอบศักดิ์” โผล่ทำเนียบฯ ชวนอุดหนุนคาเฟ่ผู้พิการ หวังช่วยสร้างอาชีพ ผู้ด้อยโอกาส

Developed by sarunyacrop