นายกฯ แนะ สภาพัฒน์ฯศึกษา “ย้าย-ขยาย เมืองหลวง”

นายกฯ แนะ สภาพัฒน์ฯศึกษา “ย้าย-ขยาย เมืองหลวง”

นายกฯ เปิดประชุมประจำปี สภาพัฒน์ แนะ ผู้บริหารต้องลงใกล้ชิดพื้นที่มากขึ้น ต้องหากลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาให้เจอว่า ประชาชนต้องการอะไร ต้องตัดเสื้อเฉพาะตัวให้เขา ขณะการพัฒนา กทม. จะทำอย่างไรเพื่อลดปัญหาความแออัด สั่งดูแนวทางย้าย-ขยายเมืองเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุม ประจำปี 2562 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่า หลักการทำงาน ฝ่ายปฏิบัติจะต้องตอบประชาชนให้ได้ ไม่ใช่ให้ฝ่ายบิหารหรือ นายกฯ ตอบคนเดียว ต้องบอกประชาชนว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหนทำไม่ได้

วันนี้ลองไปเปิดดูโทรทัศน์ หรือหาใครไปต่างประเทศลองเปรียบเทียบดู ถนนประเทศไทยดีที่สุดในอาเซียน ซึ่งเราจะต้องพัฒนาถนนในท้องถิ่นที่ชำรุดต่อไป มีหลายแสนกิโลเมตร ต้องทำไปซ่อมไป ทุกประเทศก็เป็นแบบนี้ แต่ถ้านำเสนอในมุมเดียวกันทุกวันก็จะเข้าใจว่าเป็นแบบนั้นทั้งประเทศ เท่ากับเป็นสร้างความเข้าใจที่บิดเบือนออกไป การนำเสนอต้องนำเสนอสิ่งดีๆ ด้วย อย่างที่บอก คือ ต้องมีจรรยาบรรณ นำเสนอ 2 ด้านเสมอ ทั้งดีและไม่ดี เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยอยู่ตรงไหน ถ้าทุกคนมองแต่ภาพแย่ๆ มันก็แย่ตามไปหมด แล้วคนอื่นจะเข้าใจว่าดีได้อย่างไร

สำหรับ ผู้บริหารนั้นในการทำงาน ต้องไม่นั่งอยู่บนหอคอยอย่างเดียว วันนี้ผู้บังคับบัญชาลงไปในพื้นที่มากน้อยแค่ไหน อย่ามัวเซ็นหนังสืออย่างเดียว ต้องอ่านว่าสาระเป็นอย่างไร กฎหมายเป็นอย่างไร ถึงจะเซ็นได้อย่างถูกต้อง การเป็นผู้บังคับบัญชาคน จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นเพราะมีความเสี่ยงสูง ไม่ใช่สบายมากขึ้น คนก็อยากเป็นกันหมด นั่นคือหลักการการเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี

ในขณะที่ กรุงเทพฯนั้น สถานที่สำคัญ สถานที่ราชการต่างๆ ยังอยู่ในที่เดิม ทำอย่างไรให้ขยายไปรอบนอกได้บ้าง จะย้ายเมืองหลวงอย่างประเทศอื่นหรือไม่ ก็ต้องไปคิดมา หากจะย้าย ย้ายไปที่ไหน ใช้งบประมาณอย่างไร หรือจะขยายรอบกรุงเทพฯ ให้กว้างขึ้น จะได้เข้าพื้นที่ใจกลางเมืองให้น้อยลง เพราะวันนี้การจราจรมันติดเพราะอะไร มีสาเหตุหมด ที่สำคัญคนใจร้อน ระบบไม่พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงมาแก้ปัญหาก็โดนด่าว่ารถติดมากกว่าเดิม ทำให้ไม่มีใครอยากทำงาน รัฐต้องแก้ปัญหาตรงนี้ วางระยะเวลาให้ถูกว่า กรุงเทพฯ ควรเป็นอย่างไร รัฐบาลก่อนไม่เคยทำได้เพราะเกิดความขัดแย้ง ประชาชนไม่ยอม ดังนั้น การสร้างความรับรู้กับประชาชนจึงจำเป็น

นอกจากนนี้ วันนี้เราจะต้องหากลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาให้เจอว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องตัดเสื้อเฉพาะตัวให้เขา มีปัญหาตรงไหนแก้ตรงนั้น จะได้เป็นกลุ่มที่น้อยลง ดูง่ายๆ จากการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยมีจำนวน 14.6 ล้านคน ซึ่งจริงๆ มีมากกว่านี้ ไม่ใช่เพราะคนจนมากขึ้น แต่เขาจนอยู่แล้วแต่ขึ้นบัญชีไม่ทัน ซึ่งก็จะเปิดลงทะเบียนเรื่อยๆ เปิดไปเปิดมาจะมากกว่านี้ 30-40 ล้านคนก็ยังไม่รู้ แต่เราก็ต้องให้ความเป็นธรรมดูแลคนเหล่านี้ ไม่ใช่ไม่ดูแลเลย ภาษีที่จัดเก็บเพื่อนำมาสร้างโอกาส ความเท่าเทียมให้เขาแข็งแรงขึ้น

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ปธน.อินโดนีเซีย ประกาศย้ายเมืองหลวงไปเกาะบอร์เนียวต่อสภาแล้ว

Developed by sarunyacrop