ปลัดคลัง เผย สั่ง 3 กรม ภาษีเร่งเชื่อมข้อมูลภาษีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกด้าน ขณะแนวทางการลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เหลือ 10 % ตามนโยบายพรรคแกนนำ รอศึกษาให้รอบครอบหวั่นเอื้อคนรวย-เศรษฐีมากกว่าคนส่วนใหญ่
นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมภาษีทั้ง 3หน่วยงานหลัก กรมสรรพากร กรมศุลกากร และ กรมสรรพสามิต เร่งศึกษาดารเชื่อมโยงระบบภาษีเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการจัดเก็บภาษีที่รวดเร็วเต็มเม็ดเต็มหน่วย และ ความรวดเร็วในการให้บริการผู้เสียภาษีในทุกด้าน
ในส่วนของ คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ได้มีการประชุมครั้งแรกไปเรียบร้อยแล้ว และได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานกลับไปดูรายละเอียดแนวทางการเก็บภาษีในปัจจุบันให้ทันสมัยและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และของโลก รวมทั้ง ขจัดอุปสรรค ในการจัดเก็บภาษีให้หมดไป โดยแต่ละกรมภาษี มีการศึกษาแนวทางไว้บ้างแล้ว
ทั้งนี้ คาดว่าต้องใช้เวลาในการศึกษาและประชุมกันหารืออีกหลายครั้ง เพราะเรื่องภาษีเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต้องมีการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายสังคมด้วยว่า ทิศทางการจัดเก็บภาษีของประเทศควรจะเป็นอย่างไร
สำหรับแนวทางการลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ตามนโยบาย ที่พรรคแกนนำรัฐบาลได้หาเสียงในการเลือกตั้งไว้นั้น ต้องมีการศึกษาในภาพรวมก่อน และต้องมีการศึกษาให้รอบด้าน ไม่สามารถสรุปได้ทันภายในปีนี้ โดยเฉพาะในประเด็น หลักความยุติธรรมของภาษีที่ต้องมีกับทุกฝ่าย ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน
นอกจากนี้ ต้องพิจารณาถึงการลดภาษีด้วยว่า ผู้มีรายได้น้อย และรายได้ปานกลาง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เป็นการลดภาษีแล้วช่วยให้คนรวย หรือเศรษฐี ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย ได้ประโยชน์มากกว่า ขณะที่ คนไทยต้องการมีสวัสดิการที่ดี แต่อยากเสียภาษีน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่สวนทางกันกับประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปที่มีสวัสดิการดีมาก ซึ่งมาจากการเสียภาษีในอัตราสูง ดังนั้นจึงต้องมีการพิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบด้าน
“การลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% เป็นไปได้ แต่ต้องมองภาพรวม ต้องดูว่าลด 10% แบบไหน หากมีการลดจริง อะไรที่เคยได้รับการยกเว้นก็จะไม่ได้รับการยกเว้น ที่ไม่เคยเสียภาษีก็ต้องมาเสียภาษี เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะลดภาษีแล้วไม่มีภาษีตัวอื่นมาชดเชยรายได้ของประเทศที่หายไป ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ และ ต้องดูว่าคนรายได้น้อยจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะตามปกติแล้วคนรายได้น้อยไม่เสียภาษีอยู่แล้ว ดังนั้นก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้เลย แต่กลับกันเรื่องดังกล่าวจะกลายไปเป็นประโยชน์กับคนที่เสียภาษีมาก เพราะเสียภาษีน้อยลง ”นายประสงค์ กล่าว
อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน โครงสร้างภาษีมีความเหลื่อมล้ำระหว่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีนิติบุคคลน้อยมาก เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลอยู่ที่ 20% แต่ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีเงินปันผลด้วยอีกส่วนหนึ่ง ทำให้เมื่อรวมกันแล้วผู้ประกอบการต้องเสียภาษีรวมกันอยู่ที่ 28% ขณะที่บุคคลธรรมดาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราสูงสุด 35% แต่เมื่อหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ ทั้งหมดแล้ว จะเสียภาษีจริงอยู่ที่ 29% ซึ่งจะเห็นว่าการเสียภาษีที่แท้จริงของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลใกล้เคียงกันมาก แทบไม่มีความเหลื่อมล้ำกัน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
สรรพสามิตเล็งเพิ่มภาษีเบียร์ 0% สกัดนักดื่มหน้าใหม่
