ออสเตรเลียติดตั้งเครื่องจับสิ่งแปลกปลอมป้องกันแนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลก

ออสเตรเลียติดตั้งเครื่องจับสิ่งแปลกปลอมป้องกันแนวปะการังใหญ่ที่สุดในโลก

ท่าเรือหลายแห่งในออสเตรเลีย ร่วมกันติดตั้งเครื่องตรวจจับสิ่งมีชีวิตในทะเลต่างถิ่น ป้องกันแนวปะการังสำคัญที่ใหญ่ที่สุดในโลก

สำนักข่าวไชน่า ซินหัว รายงานข่าวที่น่าสนใจว่า ท่าเรือจำนวนมากในเขตร้อนทางเหนือของประเทศออสเตรเลีย ตามแนวเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) หรือแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะมีการติดตั้งระบบตรวจจับและการเตือนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสิ่งมีชีวิตทะเลต่างถิ่นที่แปลกปลอมและเป็นภัยต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลในพื้นที่

สกอต สจ๊วด (Scott Stewart) สมาชิกรัฐสภารัฐควีนส์แลนด์ ตัวแทนจากเมืองทาวน์สวิลล์ (Townsville) ระบุว่าการติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงดังกล่าวจำเป็นต่อการปกป้องสภาพแวดล้อมทางทะเลที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

“สำนักงานระบบความปลอดภัยทางชีวภาพควีนส์แลนด์ (Biosecurity Queensland) ร่วมกับหน่วยงานการท่าควีนส์แลนด์ ติดตั้งเครื่องตรวจจับซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษในน่านน้ำตามท่าเรือของเมืองแคนส์ ทาวน์สวิลล์ แมกเคย์ แกลดสโตน และบริสเบน ซึ่งทั้งหมดอยู่ใกล้กับพื้นที่มรดกทางธรรมชาติ” สจ๊วดกล่าว

“เราจำเป็นต้องทำให้น่านน้ำของเราปลอดสิ่งมีชีวิตทะเลต่างถิ่น ขณะที่ท่าเรือที่พลุกพล่านเหล่านี้เป็นเส้นทางที่สำคัญที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะเข้ามา” “ความร่วมมือนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานการท่าของเรากำลังร่วมกันรับผิดชอบความปลอดภัยทางชีวภาพทางทะเลอย่างจริงจัง” สจ๊วดกล่าว

เครื่องตรวจจับนี้จะถูกติดตั้งอยู่ใต้ทะเลนานประมาณ 2 เดือน เพื่อสร้างพื้นที่ผิวน้ำให้สิ่งมีชีวิตในทะเลสามารถเข้ามาอาศัยและเติบโตได้ โดยคาดว่าจะสามารถตรวจจับได้ทั้งหอยแมลงภู่ หอยแมลงภู่ข้างดำ หอยขวาน หอยแมลงภู่ชนิดสีน้ำตาล ปูขาว และสาหร่ายทะเลญี่ปุ่น

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 2 เดือน จะมีการกู้แผ่นตรวจจับขึ้นมาเพื่อนำไปตรวจสอบในห้องทดลองว่ามีสิ่งมีชีวิตทะเลต่างถิ่นอยู่หรือไม่

“การนำระบบนี้มาใช้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆ” มาร์ก เฟอร์เนอร์ (Mark Furner) รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรและประมงกล่าว

“นี่เป็นการทดลองการเฝ้าระวังระยะเวลานาน 1 ปี ซึ่งจะดำเนินการตลอดช่วงฤดูหนาว ใบไม้ผลิ และฤดูร้อน เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมตามฤดูกาลในท่าเรือแต่ละแห่ง” เฟอร์เนอร์กล่าว

“หากสิ่งมีชีวิตทะเลต่างถิ่นเริ่มเข้ามาอาศัย พวกมันจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล รวมถึงอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ การประมง ท่าเรือ ท่าเทียบเรือ และการท่องเที่ยว”

“ดังนั้น หากมีสัญญาณใดๆ บ่งบอกว่ามีสิ่งมีชีวิตทะเลต่างถิ่นอาศัยอยู่ นั่นจะเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ ให้พวกเรารีบแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เฟอร์เนอร์ทิ้งท้าย

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

สิงคโปร์อากาศไม่ปลอดภัย รมว.สิ่งแวดล้อมเรียกร้อง“อาเซียนไร้หมอกควันในปีหน้า”

Developed by sarunyacrop