ผู้กำกับขวัญใจสายอาร์ต ร่วมนำภาพ ‘พระอุลตร้าแมน’ ประมูล

ผู้กำกับขวัญใจสายอาร์ต ร่วมนำภาพ ‘พระอุลตร้าแมน’ ประมูล

‘ชาติฉกาจ’ ผู้กำกับดัง หนึ่งในผู้ร่วมซื้อภาพประเด็นร้อน นำมาออกประมูลเป็นภาพที่ 2 เจ้าตัวเผยชื่นชอบผลงาน แย้มใครชนะประมูลยกภาพ ‘หลวงพ่อโต’ มูลค่าแสนกว่าบาทให้ด้วย

ประเด็นร้อนต่อเนื่อง จากกรณีภาพชุดพระอุลตร้าแมน ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ จนเรื่องราวใหญ่โตถึงขั้นฟ้องร้องนักศึกษาผู้วาดผลงาน และนายปกรณ์ พรชีวางกูร เป็นผู้ซื้อภาพ รวมทั้งนำมาประมูลเพื่อนำเงินการประมูลมอบให้โรงพยาบาลด่านขุนทด กับมอบส่วนหนึ่งให้ผู้วาด

ล่าสุด นายชาติฉกาจ ไวกวี ช่างภาพและผู้กำกับ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Chardchakaj Waikawee ซึ่งเป็นข้อความและรูปตัวเองกับภาพพระอุลตร้าแมน เนื้อหาข้อความที่โพสต์ระบุว่า “เรื่องคนอื่น ข่าว หรือกลุ่มลุงไร้สาระผมขอไม่ยุ่ง ผมขอมาเล่าเรื่องของผมกับภาพนี้เเค่นั้นพอ ครั้งเเรกผมเห็นภาพนี้จากเพจที่คนเเชร์ว่าเป็นงานวิทยานิพนธ์เด็กพร้อมติดราคา ผมจึงทักไปถามเเละโอนเงินซื้อกับตัวน้องผู้วาด ด้วยเจตนาเดียว คือผมชอบซื้องานธีสีสเด็ก

มันมีสาเหตุมาจาก สมัยผมเรียนศิลปะ ค่าเรียนไม่ได้เเพงมาก เเต่ค่าอุปกรณ์เเพงมาก เงินเเทบไม่เหลือหรอก การที่ได้ถูกซื้องานสำหรับนักเรียนศิลปะเเล้ว หัวใจมันพองโตมากครับ ผมเคยได้รับสิ่งนี้จากนักการเมืองท่านนึง ที่หอศิลป์กรุงเทพ ในวันที่ผมเเสดงงานจบปริญญาโท หัวใจผมพองโตเเละฮึกเหิมรู้สึกว่า เฮ้ย มีคนเห็นงานเราหวะ มีคนชอบเเละซื้อด้วย ผมสัญญากับตัวเองว่าถ้าวันนึงผมพร้อมมีกำลังพอเหลือ ผมจะสนับสนุนนักเรียนศิลปะโดยการขอซื้องานที่เเสดง ซึ่งผมก็ทำมาเสมอ เวลามีโอกาสไปดูงานนักเรียนที่ไหน ก็มักจะขอซื้อมาจนกองเต็มห้องเก็บรูปเสมอ งานนี้ก็เช่นกัน

บอกตรงๆว่า ผมไม่ได้คิดในเเง่ของความคิดหรืออะไรเป็นหลัก ครั้งเเรกที่เห็นรู้สึกหลายเเบบ เเปลกตา ไอเดียดี น่ารัก เเละเเน่นอน กล้าหาญ นี่คือจุดตัดสินใจง่ายมากกับภาพนี้

ทำไมถึงเลือกภาพนี้? หลายคนถามผมมาก ผมก็อธิบายไปเหมือนกันว่า “มันเป็นพอร์ตเทรต” คำว่าพอร์ตเทรตในเเง่ของผมคือ ภาพอื่นๆมันเป็นภาพหมู่ ภาพนี้เป็นภาพเดี่ยว ที่พูดถึงซัพเจคเดียว มันเลยไม่เเปลกที่จะดูเป็นภาพที่เด่นสุดเเละทรงพลังสุด เพราะสายตาเราพุ่งไปโฟกัสจุดศูนย์กลางเพียงจุดเดียว ไม่ได้เเบ่งความรู้สึกไปที่จุดไหนเลย อันนี้เป็นเซ็นส์ส่วนตัวของผมที่ทำอาชีพช่างภาพที่มีจุดเด่นของงานเป็นพอร์ตเทรตมาตลอดชีวิตด้วย งานของผมก็มักเป็นพอร์ตเทรตที่ตรงไปตรงมาลองไปดูได้ที่ www.chardchakaj.com ไม่ซับซ้อน ไม่มีองค์ประกอบหวือหวานัก บุคคล 95%ของงานผมอยู่ตรงกลางภาพหมดด้วยซ้ำ ลองไปดู

ตอนที่ซื้อผมกำลังเดินทางไปถ่ายงานที่ประเทศจีน ก็ไม่ได้สนใจอะไรเหมือนพ่อบ้านใจกล้าปกติ ชอบซื้อของชอบโอนเก่งปกติ พอมารู้อีกที อ่าว เป็นเรื่องใหญ่โต กูจะโดนเอี่ยวอะไรมั้ยเนี่ย ดวงผมนี่น๊า ก็ตลกตัวเอง

ไม่นานก็ได้รับการติดต่อจากผู้ที่เป็นเจ้าของรูปเเรกเเละครอบครองภาพทั้งเซ็ตคือคุณบุ๊ง ปกรณ์ พรชีวางกูร ที่น้องมาฝากไว้เพื่อส่งเเต่ดันมีเรื่องก่อนว่าจะถูกยึดไปทำลาย เลยชะงักไม่รู้ทำไร ผมอยู่จีนก็ทำไรไม่ได้ วันที่กลับมาไทย ประมาณเที่ยงคืน ผมลงเครื่อง ยังไม่ทันเข้าบ้านก็เลยไปเจอคุณบุ๊งเเละเจ้าของภาพอื่น

เอาตรงๆตอนเเรกผมว่าจะเผาโชว์ เเต่พอคุยเราก็คิดว่า ทำเเล้วได้อะไร เเค่สะใจเเต่ไม่เกิดประโยชน์ งั้นมาหาอะไรทำที่มันเกิดประโยชน์เเละช่วยน้องในสิ่งที่น้องควรได้ดีกว่า อยากกวนตีนลุงๆดิ้นๆในเเบบผู้มีปัญญามากกว่า ด่าทอที่ไม่มีใครได้ประโยชน์

ผมเลยเเชร์ว่าหากขายก็เเบ่งตังค์ให้น้องส่วนนึง ที่เหลืออยากจะเอาไปทำอะไรก็ทำ เพราะจริงๆเราก็ไม่ได้ผิดอะไรที่เป็นเจ้าของรูปโดยสิทธิซื้อขาย เเต่ก็คิดกันว่าเอามาทำอะไรดีๆกันก็ดี เลยเสนอกันว่าใครสะดวกทำอะไรในเเนวทางตัวเองก็ทำไปเหอะ ไม่ต้องไปทำดีตามสูตรชาวบ้านหรอก เราศรัทธา นับถือ ความดีในรูปเเบบการทำต่างกัน เเค่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่เสือกเรื่องคนอื่น จริงๆก็ทำดีเเล้วนะ ทำยากด้วย

ยินดีกับผู้ที่ได้รับภาพนี้ไปนะครับ อยากให้ผู้โชคดีท่านนั้นได้ติดตั้ง มองมันเเล้วคิดถึงเหตุการณ์ที่ภาพนี้ทำให้คุณได้เห็นว่า คำว่า พุทธศาสนา ที่ภาพนี้ได้ทำหน้าที่ของมัน เเต่ละคนตีความออกมาอย่างไร ภาพนี้จริงๆเเล้วดูสงบนิ่งมากนะครับ ในครั้งเเรกผมตั้งใจจะนำไปติดห้องพระ ผมส่งรูปนี้ให้พระอาจารย์ที่ผมเคารพทุกท่านก็บอกสวยดีกันหมด ไม่มีใครติหรือดิ้นเเบบคนที่ปากบอกว่ารักศาสนา เเต่ใช้วาจาเช่นคนไร้การศึกษาเลยสักท่าน ทั้งๆที่เป็นเรื่องของท่านมากกว่าคนปกติผิดศีลอยู่กับกิเลสเเบบเราๆ

ผมชอบคอนเสปคุณบุ๊งที่มีเจตนา คือภาพกลับโคราช เเต่กลับในรูปเเบบสาธารณะประโยชน์ อันนี้โครตชอบ ก็มอบให้เเก่โรงพยาบาล ยินดีเเทนผู้รับด้วย

ส่วนผมจริงๆช่วง 2 ปีผ่านมา หลังจากเปิด ห้องฉายภาพฉายาชาติฉกาจ รศ ๒๓๕ & บุญตาเเกลอรี่ หลายท่านเห็นเลยว่าผมทำบุญบ่อยเเละหนักมาก ทุกครั้งที่ผมได้รับงานไปถ่ายฟิล์มกระจกโบราณ ผมมักจะนำส่วนนึงถวายคืนวัดเเละมักทำภาพถวายเพิ่มเพื่อให้เกจิที่ผมถ่ายได้เเจกญาติโยมที่เบี้ยน้อยหอยน้อยได้บูชาภาพนั้นเช่นกัน เเฟนผมไปไหนก็ทำบุญตลอด โดยเฉพาะโรงพยาบาลสงฆ์ มีเกจิท่านนึงเคยบอกผมว่า พระอาพาตเยอะนะโยม ช่วยได้ช่วย ผมเเละเเฟนเลยไม่เคยบกพร่องเรื่องทำบุญให้โรงพยาบาลสงฆ์มาตลอด 2ปีนี้ เริ่มช้าเเต่เราทำด้วยจิตศรัทธาจริงๆ ผมไม่เคยทำบุญเเล้วขออะไรจากการทำบุญเลยเเต่น้อย เเค่ให้ก็พอหละ

ส่วนที่ผมทำมาตลอดคือมูลนิธิคนตาบอดในหลายๆที่ เหตุผลเดียวคือ ผมเป็นช่างภาพมาตลอดชีวิต อาชีพที่หล่อเลี้ยงผมจนวันนี้ จากเด็กจนๆ พ่อเเม่ติดคุก โตมากับญาติ จนมีทุกวันนี้ ก็อาชีพเดียวช่างภาพ ผมมีวันนี้เพราะตาของผมที่เห็นสิ่งต่างๆ หากตัวผมจะมีประโยชน์กับโลกก็อยากทำให้คนที่ไม่เคยได้เห็น ได้มองเห็นโลกใบนี้บ้างครับ รู้สึกขอบคุณร่างกายทุกวันที่ตาผมยังทำงานได้อยู่

หากเป็นเพื่อนกับผมมาระยะนึงจะทราบว่าทุกๆสิ้นเดือนผมจะนำกำไรของทุกเเผนกไปทำบุญในรูปเเบบต่างๆกันเสมอ ผู้ใหญ่หลายคนสอนครับ เหลือเเล้วก็ต้องให้บ้าง วันนี้อาจจะไม่ใช่คนรวยมากมาย เเต่ชีวิตก็สบายเเละเจริญขึ้นตามระดับที่ควรเป็นจริงๆ จริงๆกุศโลบายของการทำบุญหรือให้ทาน คือการฝึก ละ การฝึกเข้าใจในการไม่ยึดติด ฝึกเข้าใจว่ามันไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆหรอก

ผมไม่ใช่คนดีมาก เเต่ผมมีเป้าหมายที่จะพยายามเป็นคนดีมากที่สุด ช่วงหลังที่ผมได้ถ่ายเกจิหลายท่าน ชีวิตผมมีความสุขมาก ไม่ใช่เพราะเเค่รายได้ดีครับ เเต่เพราะซัพเจคที่เราถ่ายมันดีไง พระที่ถ่ายเวลาไปเจอท่านก็จะเมตตา สอนสั่งมากมาย บางทีถ่ายไปยิ้มไป ไม่ต้องมาอยู่ในกองถ่ายดารา เซเล็ปที่ต้องเเย่งกันยิ่งใหญ่ ทั้งๆที่ความยิ่งใหญ่โครตไม่จีรังเลย เเละลูกค้าก็คือลูกศิษย์ผู้ว่าจ้างล้วนเเต่โครตน่ารัก ตลอดการทำงาน ไม่มีอะไรเเบบที่เคยเจอเเบบในการทำงานโฆษณาที่ผมเจอผ่านมาเลย ไม่เคยจิกเหมือนเป็นขี้ข้า ไม่รบกวน น่ารัก เเละเกรงใจเรามากเพราะเราคือผู้บันทึกตำนานของผู้ที่เค้าเคารพ เเละภูมิใจสุดคือภาพที่ผมถ่ายตลอด 2 ปี ถูกวางไว้สูงเเละคนกราบไหว้ สวดมนต์ต่อหน้างานของผม

เเบรนด์ TRULY ที่ผมทำ จริงๆหลายคนก็ทราบว่าเราใส่เรื่องศาสนา คำสอน ปรัชญา ไว้ในทุกโปรดักส์ สติ เป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิต ผมเเทรกเรื่องราวเหล่านี้ไว้ในสิ่งที่ผมทำตลอด ผมเเค่รู้ว่าการอยู่กับวัยรุ่นวัยเฮ้ว จะไปบังคับให้เค้าทำอะไรไม่ได้หรอก ซึมๆไปในรูปเเบบสนุกๆ ตลกๆ เท่ๆ ให้เค้าค่อยๆอินเองดีกว่า เพื่อนฝรั่งผมนี่พูดกันหมดเลยว่า TRULY นี่เเม่งเเบรนด์ ZEN มาก

สำหรับผม การนับถือศาสนา ไม่ได้ทำให้เราเป็นคนดี “หากเราไม่ทำดี” ทำดีคืออะไร ถ้าในมุมมองผมก็คือ ไม่ทำใครเดือดร้อน ไม่คิดร้ายกับใคร ไม่เสือกเรื่องคนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเรา เเละที่สำคัญ ไม่เอาความคิดเราไปตัดสินความคิดใคร ใจนี่สำคัญมากครับ

การเอาใจเราไปวางไว้บนใจใครนี่อันตรายมาก เค้าไม่รู้อะไรหรอก เรานี่เเหละคนทุกข์ ทุกที่คิดไม่ตรงกัน ทุกข์จนอั้นไม่ไหว ทุกข์จนต้องระบาย ทุกข์ที่ระบายเเล้วคนไม่เห็นด้วย ทุกข์ที่ต้องหาพวก โอยทุกข์ไปหมด ถามว่าความทุกข์มาจากไหน ก็มาจากเรานี่เเหละ ไม่มีใครทำให้เราทุกข์ได้หรอกครับนอกจากเราเอามันมาวางไว้ในใจเราเอง

วันนี้วันพระ ผมก็ใครก็ไม่รู้ตั้งให้วันนี้เป็นวันพระ เเต่ก็ลองดูซักวัน ถือว่าวันพระวันนี้ ลองห้ามใจให้ไม่ดิ้นเรื่องคนอื่นให้ได้กันซักวันก็คงจะดีครับ

หลังจากที่ได้ศึกษามาระยะสั้นๆ ทั้งพุทธ เซ็น พราหมณ์ ไสยศาสตร์ เเละสมาธิ เด็กน้อยอย่างผมได้เจอบางอย่างว่า เราไม่ต้องเข้าวัดก็ได้ ถ้ายังมีกิเลส เข้าวัดเพื่อขอ ไม่ใช่เข้าเพื่อวาง เพราะหากเข้าใจจริงๆ วัดอยู่ในใจเราเเล้วทุกคน อยู่ที่เราทำอย่างไรกับวัดของเราคือใจเรานั่นเอง

จบเเบบ AROUNDME มาก บอกเเล้วมันไม่ได้เลิกทำเเค่มันเเปรสภาพไปเป็นรูปเเบบอื่นต่างหาก อยู่ที่มองเห็นหรือเปล่าเท่านั้นเอง”

อย่างไรก็ตาม ในเฟซบุ๊ก ปกรณ์ พรชีวางกูร ได้แจ้งยอดการประมูลรูปที่ 2 ของนายชาติฉกาจ เมื่อเวลา 14.18 น. ว่า จำนวนเงินอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท

Developed by sarunyacrop