อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ แฉขบวนการล้ม”ธัญญา”อธิบดีกรมอุทยานฯอ้างบริหารปิดรูรั่วการเงิน ปิดเงินต่าง2พันลบ. -ชี้คดีนายสมัครรุกป่า ทำตามหลักฐาน

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) อดีตหัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ ที่ดำเนินคดีกับนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยาน ปลูกบ้านตากอากาศหรูบริเวณเขามิสก๊อก เนื้อที่กว่า 4 ไร่ เปิดเผยว่า ศาลจ.ตาก พิพากษาจำคุกนายสมัคร เป็นเวลา 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.61 ที่ผ่านมา และในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ศาลอุทธรณ์จะอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว ซึ่งต้องรอฟังการตัดสินของศาล ว่าจะเป็นเช่นไร
นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงกรณี นายสมัครร้องเรียนนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เลื่อนขั้นเงินให้กับข้าราชการเมื่อปี 59 อัตราสูงสุด 6% จำนวนกว่า 10 รายในคราวเดียวกัน โดยหนึ่งในนั้นมีนางพิสมัย เนติธรรมกุล ภรรยานายธัญญารวมอยู่ด้วยว่า เป็นการดำเนินการตามระเบียบไม่มีอะไรขัดต่อกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการเลื่อนขั้นเงินเดือน 6% อีกทั้งนางพิศมัยก็มีคุณสมบัติที่จะได้รับการพิจารณา เช่นเดียวกับในอดีตนายสมัครเองก็ได้รับเลื่อนขั้น 6% ถึงสองปีด้วยกัน ตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายสมัครจึงมาร้องเรียนเช่นนี้ ควรใช้เวลาไปพิจารณาต่อสู้คดีของตัวเองจะดีกว่า โดยเฉพาะในส่วนของคณะกรรมการป.ป.ช. ตนก็ได้ส่งเรื่องให้ป.ป.ช.พิจารณาไปแล้ว กรณีใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางมิชอบหรือไม่

ส่วนกรณีนายสมัครอ้างว่า ถูกผู้ใหญ่กลั่นแกล้งจนทำให้ต้องตกเป็นจำเลยในคดีบุกรุกที่ดินรัฐนั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ตนดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ไม่มีใบสั่งใดๆ ทั้งสิ้น จะมาอ้างว่าถูกผู้ใหญ่กลั่นแกล้งได้อย่างไร ซึ่งศาลก็ได้ตัดสินให้พิพากษาแล้วว่าจำเลยกระทำผิดจริง
นายชัยวัฒน์ ระบุด้วยว่า ช่วงนี้มีการขบวนการจ้องล้มอธิบดีกรมอุทยาน สังเกตได้ว่าจะมีการปล่อยข่าวเพื่อดิสเครดิตเป็นระยะๆ ซึ่งตนรู้ว่ามีการวางแผนทำเป็นขบวนการ มีนักข่าวฉบับใหญ่ 2 คน ชื่อย่อ “ก, น.” ร่วมกับข้าราชการที่เสียผลประโยชน์ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งข้าราชการคนนี้มีคดีติดตัวชื่อ “ศ” พยายามกล่าวหาอธิบดีกรมอุทยานฯ และผอ.สำนักต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพราะผิดหวังจากนายธัญญาที่ปฏิเสธไม่ยอมให้มีการฝากเด็กหรือวิ่งเต้นคนของตัวเองมานั่งในตำแหน่งหัวหน้าอุทยานในพื้นที่ที่มีผลประโยชน์สูงๆ
“ระบบอุปถัมน์คือวงจรอุบาทว์ที่ฝังรากลึก ทำให้หัวหน้าอุทยานที่วิ่งเต้นมารับตำแหน่งมีต้นทุน เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา ดังปรากฏว่าเมื่อปี 58 อุทยานจัดเก็บรายได้แค่เพียง 800 ล้านบาท แต่เมื่อท่านอธิบดีธัญญาเข้ามาปรับระบบนำผู้ที่มีความรู้ความสามารถมาทำหน้าที่ โดยไม่มีการวิ่งเต้นตำแหน่ง ส่งผลให้กรมอุทยานฯจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา และมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยปี 61 มีรายได้ 2,700 กว่าล้านบาท ทั้งที่ในปีนี้เราปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง แต่กลับมีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารายได้อุทยานรั่วไหลไปไหน”นายชัยวัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้มีกลุ่มข้าราชการในทส.ที่เสียผลประโยชน์จากการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของนายธัญญาพยายามให้ข้อมูลเท็จกับฝ่ายการเมืองที่จะเข้ามาดูแลทส. ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด นายวราวุธ ศิปอาชา จากพรรคชาติไทยพัฒนาจะมาเป็นรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯคนต่อไป โดยข้าราชการกลุ่มนี้เดินเกมใต้ดินเลื่อยขาเก้าอี้นายธัญญาทุกรูปแบบ เพื่อที่จะนำคนของตัวเองเข้าสู่ในตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ นั่นย่อมหมายความว่าจะกลับไปสู่วังวนเดิมๆ และหากพิจารณารายได้อุทยานฯที่เพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่จัดเก็บได้เพียง 800 ล้านบาท แต่ปี 61 เพิ่มเป็น 2,700 ล้านบาท ย่อมมีส่วนต่างเกือบ 2,000 ล้านบาทเลยทีเดียว จึงต้องติดตามกันต่อไปว่านายวราวุธจะบริหารทส.ไปในทิศทางใด หลังจากที่พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ อดีตรมว.คนก่อนนั้น ยกเครื่องกรมอุทยานฯโดยให้นายธัญญาบริหารกรมอุทยานฯ จนปรากฏเป็นผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
อธิบดีกรมอุทยานฯโต้การขึ้นเงินเดือนเมียเป็นไปตามหลักเกณฑ์
