ปัจจุบัน เกษตรกรไทย ได้สรรหาแนวทางในการปรับปรุงระบบการเพาะปลูก และเทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตให้ดียิ่งขึ้น ตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจ นวัตกรรม ที่ก้าวหน้ามากขึ้น
ระบบอากาศไร้คนขับ หรือโดรน แอปพลิเคชัน และแพตฟอร์มภาคการเกษตรกต่างๆ จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำการเกษตรยุคปัจจุบัน ที่จะช่วยสร้างมูลค่าทางผลผลิตให้กับเกษตรกร
เช่นเดียวกับ โปรเจกต์นำร่อง ARV x Samsung CSR Collaboration Project ของบ.เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี และบ.ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งนำเอาเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ ดีพเทค เข้ามาสนับสนุนการบริการจัดการแปลงเกษตรแบบครบวงจร ประกอบด้วย

1.เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้แรงงานมนุษย์ในการทำเกษตร อย่าง อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ควบคู่กับการใช้แอปพลิเคชัน “วรุณ (VARUN)” ซึ่งเป็นแอปเพื่อบริหารจัดการแปลงเกษตรอย่างครบวงจรบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์
2.เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการพืช จากความแปรปรวนของสภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลจากภาวะโลกร้อน ครอบคลุมถึงการจัดการแมลง และโรคพืชใหม่ต่างๆ โดยแอปฯ “วรุณ VARUN” ทำให้เกษตรกรสามารถออกแบบการทำแปลงเกษตรได้ด้วยตัวเอง และติดตามปัญหาการเจริญเติบโตของพืชได้แบบเรียลไทม์
3.การจับคู่เกษตรกร และผู้เชี่ยวชาญด้านการให้บริการทางการเกษตร ผ่านแพลตฟอร์ม Varuna Service Matching เพื่อการให้บริการต่าง ๆ ในรูปแบบออนไลน์ เช่น จับคู่เกษตรกรเเละนักบินโดรนเกษตรเพื่อให้บริการฉีดพ่นแปลงเกษตร จองรถเกี่ยวข้าว การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ฯลฯ



“การใช้เทคโนโลยีเชิงลึก (DeepTech: ดีพเทค) ด้านการเกษตร เป็นมิติใหม่ที่จะช่วยเกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงการทำเกษตรแบบ Smart Farmer ด้วยการพัฒนาแอปฯ VARUN ขึ้นบนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ร่วมกับซัมซุง เพื่อเชื่อมต่อกับระบบการบริหารจัดการภายในแปลงเกษตร” “ธนา สราญเวทย์พันธุ์” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด กล่าว
สำหรับโครงการนี้ ได้นำร่องผลักดันการทำเกษตรแบบ Smart Farmer แล้ว ในพื้นที่ไร่แสนสุขคาเฟ่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี บนพื้นที่ที่มีการปลูกข้าวจำนวน 33 ไร่
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
น้ำพริก-เครื่องแกง อาหารจากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
