นพ.ยง แนะทางออก ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวัยรุ่น ใช้การฉีดไขว้เริ่มฉีดเข็มแรกด้วยวัคซีนเชื้อตาย ก่อนตามด้วยวัคซีน mRNA ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นถึงกระบวนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวัยรุ่น ว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ด้วยวัคซีนเชื้อตายเข็มแรก จะเป็นตัวรองพื้นที่ดี และตามด้วยการกระตุ้นด้วย วัคซีนไวรัสเวกเตอร์ “virus vector” หรือ “mRNA”
วัคซีนเชื้อตาย มีอาการข้างเคียงน้อยมาก เช่น อาการเจ็บบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เมื่อเทียบกับวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ หรือ mRNA
การให้วัคซีนสลับแบบไขว้ โดยเริ่มต้นจากวัคซีนเชื้อตาย ซิโนแวค แล้วตามด้วย แอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ ภูมิต้านทานจะใกล้เคียงกับ การให้วัคซีน แอสตร้าเซนเนก้า หรือ ไฟเซอร์ 2 เข็ม
การให้วัคซีนสลับเริ่มต้นด้วยไวรัสเวกเตอร์ (แอสตร้าเซนเนก้า) แล้วตามด้วย mRNA (ไฟเซอร์) วัดภูมิต้านทานได้สูงสุดในกรณีให้ 2 เข็ม
สำหรับวัคซีน mRNA มีอาการข้างเคียง เข็มที่ 2 มากกว่าเข็มแรก โดยมีอาการข้างเคียง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในวัยรุ่น หลังให้ mRNA จะพบมากในเข็มที่ 2 เป็นที่วิตกกังวลของผู้ปกครอง และบางประเทศแนะนำให้ mRNA เข็มเดียว แต่ mRNA เข็มเดียวระดับภูมิต้านทานไม่เพียงพอในการป้องกัน
การให้วัคซีนสลับ เริ่มต้นด้วยวัคซีนเชื้อตายเข็มแรก แล้วตามด้วย mRNA เข็มที่ 2 ทำให้ได้รับ mRNA เข็มเดียว น่าจะเป็นทางออกลดอาการข้างเคียง
อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาเพิ่มเติมโดยเฉพาะความปลอดภัย และอาการข้างเคียง ในการให้วัคซีนสลับ เริ่มต้นเชื้อตาย แล้วตามด้วย mRNA ในเด็กวัยรุ่น ลำดับการสลับวัคซีน มีผลต่อภูมิต้านทาน
