เกือบ 2 ปีแล้วที่สถานที่เรียนเปลี่ยนไปอยู่ที่บ้าน โมเดลการจัดการเรียนรู้ใหม่เกิดขึ้นมากมาย ตามสไตล์ของแต่ละโรงเรียนเพื่อให้ลูกศิษย์ยังคงได้เรียนรู้ตามมาตรฐาน และหวังให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นแก่นการศึกษา “ฐานสมรรถนะ” ผลักดันการศึกษาไทยให้ก้าวไปพร้อมนานาประเทศ
หลักสูตร “ครูสามเส้า” กรณีศึกษาเครือข่ายโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมจ.สตูล ในโรงเรียนบ้านเขาจีนและโรงเรียนอนุบาลสตูล กำลังเป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้และสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19
“สุทธิ สายสุนีย์” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสตูล และ คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมจ.สตูล กล่าวว่า หลักสูตร “ครูสามเส้า” เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่า ครูเพียงคนเดียวไม่สามารถทำให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจาก ครูในโรงเรียน ครูพ่อแม่ และครูในชุมชน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้อยู่ในวิถีของเด็ก

เมื่อเด็กมาโรงเรียนไม่ได้ ผู้ปกครองและทุกภาคส่วนลุกขึ้นมาร่วมทำตรงนี้ ทำให้“สมรรถนะ”จริง ๆ เกิดได้ที่บ้าน ที่ครอบครัว ในสถานการณ์จริง ไม่ใช่สถานการณ์จำลองในโรงเรียน การเรียนรู้ที่เอาชีวิตเป็นฐาน “พื้นที่การเรียนรู้ = พื้นที่ชีวิต” แล้วไปออกแบบการเรียนรู้
ที่ผ่านมาการศึกษาทำลายศักยภาพของเด็กมามากแล้ว จับเอาความแตกต่างของเด็ก ๆ มาทำให้เป็นความเหมือนกัน เราฝากการศึกษาไว้กับเวลา 11% ในโรงเรียน ทั้งที่สาระชีวิตเป็นสาระที่ทิ้งไม่ได้ เอาชีวิตมาเป็นตัวตั้ง แล้วออกแบบการเรียนจากตรงนั้น เด็กคนหนึ่งไปอยู่ที่ไหนบทบาทของตัวเองก็เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ อยู่บ้านเป็นลูก อยู่โรงเรียนเป็นนักเรียน ขึ้นรถโดยสารก็เป็นผู้โดยสาร ไปตลาดก็เป็นผู้จ่ายตลาด เด็กควรรู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรให้ถูกที่ถูกทาง
บทบาทของโรงเรียนเปลี่ยนไปแล้ว โรงเรียนควรเป็นที่ปรึกษา ร่วมออกแบบการเรียนรู้กับครอบครัวและชุมชน จะไปจัดการเองทั้งหมดไม่ได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เมื่อมีตัวตน มีพื้นที่ มีกิจกรรม การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
“นาฬิกาชีวิตกับโครงงานฐานวิจัย” เปลี่ยน “ตารางสอน” เป็น “ตารางชีวิต”
“ยงยุทธ ยืนยง” ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสตูล กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนแบบเดิม โรงเรียนสอนวิชาพื้นฐานในตอนเช้า ส่วนช่วงบ่ายเป็นวิชาบูรณาการใช้โครงงานวิจัยเป็นฐานเปิดโอกาสให้ผู้เรียนลงพื้นที่ชุมชน เพื่อศึกษา เก็บข้อมูลและลงมือทำกิจกรรมที่ผู้เรียนแต่ละชั้นสนใจ


เมื่อต้องปรับเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ ในช่วงแรก ผู้เรียนได้เพียงความรู้แต่ไม่ได้พัฒนาทักษะและเจตคติ ผลตอบรับจากผู้ปกครองมีทั้งความเครียด กังวล จากการขาดแคลนเครื่องมือ ไม่มีเวลา กำกับควบคุมลูกไม่ได้ และสอนลูกไม่ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนใช้เวลาอยู่หน้าจอนานเกินไป และมีการบ้านเยอะจนไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้
จากอุปสรรคที่เกิดขึ้นโรงเรียนจึงออกแบบ “นาฬิกาชีวิต” ตารางกิจวัตรประจำวันของนักเรียนตลอด 24 ชม. เพื่อช่วยฝึกทักษะการจัดการตนเอง (self-regulation) ในช่วงเรียนรู้จากที่บ้าน ผู้เรียนวิเคราะห์กิจวัตรประจำวันของตัวเอง ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน และวิเคราะห์กิจวัตรประจำวันของผู้ปกครอง ผู้ปกครองทำอะไรและตนเองทำอะไรบ้าง ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้นักเรียนแต่ละคนมีตารางนาฬิกาชีวิตเป็นของตนเอง ซึ่งไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

นัฐญา ไหมฉิม ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า ปัจจุบันการตั้งโจทย์ขึ้นอยู่กับนาฬิกาชีวิตและบริบทแวดล้อม นักเรียนสามารถเรียนคนเดียว เรียนกับพี่น้อง เรียนกับเพื่อนข้างบ้าน หรือเรียนกับเพื่อนต่างโรงเรียนได้ ทำให้เกิดโจทย์โครงงานฐานวิจัยหลากหลาย เช่น การเลี้ยงปลากัด การปลูกผักปลอดสารพิษ การฝังเข็ม การเลี้ยงวัวบ้าน กาแฟโบราณสตูล ขนมโบราณสูตรคุณยาย และการปลูกต้นไม้ เป็นต้น
โจทย์เป็นแค่สื่อการเรียนการสอน เป้าหมายที่เราต้องการ คือ การสร้างความรู้ ทักษะ และวิธีคิดของนักเรียน ยกตัวอย่างโจทย์ปลากัด เป็นโจทย์บนฐานครอบครัวที่นักเรียนได้ร่วมปฏิบัติซึ่งมี 6 ครอบครัวมาเรียนด้วยกัน ช่วยกันคิดว่าประเด็นที่รู้แล้ว ยังไม่รู้ และเรื่องที่อยากพัฒนา จนได้โจทย์ออกมาว่าจะผสมพันธุ์ปลากัดอย่างไรให้มีสีสวยงาม ขายได้ราคาดี และเป็นที่ต้องการของตลาด
นางพัชรี ทองชู แม่ของนักเรียน ป.6 กล่าวว่า แม้จะยุ่งกับการขายข้าวแกงทุกวัน แต่ยินดีช่วยการเรียนรู้ของลูก คอยถามลูกตลอด ให้ความรู้เท่าที่ตนเองจะมี หรือแนะนำให้ลูกไปถามผู้รู้ ทำเพื่อลูกไม่รู้สึกเป็นภาระ ดีใจด้วยซ้ำเพราะแม้ลูกจะเรียนอยู่บ้าน การทำงานโครงงานเลี้ยงปลากัด เห็นลูกตั้งใจ หาความรู้ และมุ่งมั่น ไปหาปลากัดกับเพื่อน ๆ มาเลี้ยงมาดูแล มาผสมพันธุ์ เฝ้าดูการเติบโต รู้วิธีการเลี้ยง การผสมพันธุ์ รู้ว่าปลากัดแบบไหนที่จะขายได้ราคาดี คิดจะทำเป็นอาชีพด้วย ภูมิใจ ลูกมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเกิดความรู้ติดตัวไปใช้ได้จริง ๆ
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
ก.ท่องเที่ยว พร้อมเดินตามแผนเปิดท่องเที่ยว 21 จว. 15 ต.ค.นี้
