สาธารณสุขมิสซิสซิปปี เตือนประชาชนให้ยาฆ่าพยาธิ รักษาโควิด-19 เสี่ยงอันตรายมีผลต่อระบบประสาท แถมอาจเกิดไวรัสตับอักเสบรุนแรงจากผลข้างเคียง
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานสาธารณสุขรัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเตือนคนอเมริกัน เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 64 ที่ผ่านมา ถึงการใช้ยาต้านปรสิต (antiparasitic drug) ที่หาซื้อได้ตามศูนย์ปศุสัตว์ต่างๆ เพื่อรักษาหรือป้องกันโควิด-19
ภายหลังจากได้รับสายโทรศัพท์จากประชาชน ที่ใช้ “ไอเวอร์เม็กติน” ซึ่งเป็นยากำจัดพยาธิทั้งในคนและสัตว์ ที่หาซื้อได้ตามศูนย์ปศุสัตว์ทั่วไป โดยกว่า 85% ของคนที่โทรเข้ามา เกิดอาการผลข้างเคียงจากการได้รับยาดังกล่าว แต่ไม่รุนแรง
การใช้ยาไอเวอร์เม็กติน เกิดขึ้นในกลุ่มประชาชนรัฐมิสซิสซิปปี้ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ยอมรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 Fโดยพบว่า มีประชาชนเพียงแค่ราว 37% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว และรัฐแห่งนี้ กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 รุนแรงโดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา สำนักงานอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (FDA) เคยออกประกาศเตือน ถึงการใช้ยา ไอเวอร์เม็กติน ในคน และไม่อนุมัติให้ใช้ไอเวอร์เม็กตินรักษาหรือป้องกันโควิด-19 ในคนอีกด้วย
โดย อย.สหรัฐฯ ระบุเตือนถึงการใช้ยาดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 ส.ค.64 ว่า “การใช้ยานี้ในปริมาณมากนั้นอันตรายและสามารถก่อให้เกิดอันตรายที่ร้ายแรง คุณไม่ใช่ม้า ไม่ใช่วัว อย่าล้อเล่น คุณทุกคนต้องหยุดการใช้ยาดังกล่าวเดี๋ยวนี้”
ด้านสำนักงานสาธารณสุขรัฐมิสซิสซิปปี ได้ออกประกาศเพิ่มเติมอีกว่า แม้มีการอนุมัติใช้ยาไอเวอร์เม็กตินทั้งในคนและสัตว์ แต่ขอแนะนำคนไข้ว่าไม่ควรรับประทานยาใดๆ ที่มีเจตนาเพื่อรักษาสัตว์ และแพทย์เท่านั้นที่ป็นคนสั่งว่าควรใช้ยาไอเวอร์เม็กตินหรือไม่
สำหรับยาที่ใช้ในสัตว์นั้น มีความเข้มข้นสูงเพื่อใช้กับสัตว์ขนาดใหญ่ และอาจก่อพิษสูงในมนุษย์ อาการบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับพิษไอเวอร์เม็กติน มีทั้งเป็นผื่นบนผิวหนัง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องความผิดปกติทางระบบประสาท และมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไวรัสตับอักเสบรุนแรงที่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
เรื่องที่น่าสนใจ
กรมวิทย์ฯ-ศิริราช เผยผลฉีดวัคซีนสูตรผสม-เข็ม 3 “ซิโนแวค+แอสตร้าฯ” กระตุ้นภูมิสูง ต้านเดลตาได้
