นักวิทย์เผย แผ่นน้ำแข็งแตก “เพนกวิน” ตายเป็นเบือ!

นักวิทย์เผย แผ่นน้ำแข็งแตก “เพนกวิน” ตายเป็นเบือ!

อวสาน “เพนกวินจักรพรรดิ” นักวิทย์เผย แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ เพนกวินตายนับพัน ที่เหลืออพยพจ้าละหวั่น ชี้ แค่ซื้อเวลา กาลข้างหน้าหากโลกยังร้อน สูญพันธุ์แน่นอน!

“เพนกวิน” เป็นสัตว์โลกสุดน่ารักแห่งขั้วโลกใต้ คือขวัญของเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกกับร่างกายมินิตุ้ยนุ้ย ท่วงท่าการเดินที่ไร้เดียงสา แต่ล่าสุดมีรายงานที่ตกใจจากนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เพื่อนร่วมโลกสุดคิ้วพันธุ์นี้ กำลังเผชิญกับวิกฤติที่อาจรุนแรงถึงขั้นสูญพันธุ์ได้

“กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม” นำเสนอบทความจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Antarctic Science ที่รายงานว่า จักรวรรดิ หรือนิคม (colonies) ของเพนกวินจักรพรรดิกลุ่มใหญ่ที่สุดกำลังจะล่มสลาย ตกอยู่ในความเสี่ยงที่เผชิญกับหายนะ จำนวนประชากรกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว สาเหตุมาจากการที่ไม่มีแหล่งให้พวกมันสืบพันธุ์

นักวิจัยที่พบวี่แววของความล่มสลายนี้ คือ Peter Fretwell กับ Philip Trathan คาดการณ์ว่า ปัญหาเริ่มต้นขึ้นในปี 2015 หลังจากปรากฎการณ์เอลนินโญที่เลวร้ายที่สุดในทศวรรษ เริ่มส่งผลกระทบต่อแผ่นน้ำแข็งเกาะยึด หรือ Fast ice ที่เป็นส่วนขยายของแผ่นน้ำแข็งต่อเนื่องจากแผ่นดินแถบฮาลเลย์เบย์ของทวีปแอนตาร์กติกา โดยระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี เพนกวินจะอาศัยแผ่นน้ำแข็งเกาะยึดเป็นแหล่งผสมพันธุ์ฟักไข่และดูแลลูกของพวกมัน

แต่ในปี 2016 แผ่นน้ำแข็งที่เคยเหนียวแน่นและแข็งแกร่ง เริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดผิดปกติ ลูกเพนกวินที่ถูกฟักและเติบโตบนแผ่นน้ำแข็งยังไม่ทันมีขนขึ้นเต็มตัวพอที่จะช่วยพยุงร่างของพวกมันเวลาว่ายน้ำ เมื่อแผ่นน้ำแข็งแตกและจมลงสู่ทะเล ทำให้ลูกเพนกวินนับพันๆ ตัวต้องจมน้ำตาย โดยในพื้นที่ดังกล่าวเป็นถิ่นที่อยู่ของเพนกวินจักรพรรดิในสัดส่วนถึง 9% ของประชากรทั้งหมดทั่วโลก แต่เพราะน้ำแข็งแตกทำให้ประชากรในพื้นที่ดังกล่าวอันตรธานไปในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน นับเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก

ทั้งนี้ จากตัวเลขเมื่อปี 2009 คาดว่าประชากรเพนกวินจักรพรรดิทั้งหมดมีประมาณ 595,000 ตัว ใน 46 นิคมเท่าที่ทราบกันในเวลานี้ กระจายไปทั่วแอนตาร์กติกและเขตซับแอนตาร์กติก ประมาณ 35% ของประชากรที่สำรวจพบอาศัยอยู่ทางเหนือของวงกลมแอนตาร์กติก แหล่งเพาะพันธุ์ที่สำคัญตั้งอยู่ที่เคปวอชิงตัน, เกาะโคลแมนในวิกตอเรียแลนด์, อ่าวฮาลเลย์เบย์, เคปคโลเบค และธารน้ำแข็งดิบเบิล

แม้ว่าในเวลานี้นักวิจัยจะยังไม่ทราบว่าสาเหตุที่แผ่นน้ำแข็งแตก จนเพนกวินตายไปนับพันนับหมื่นตัวนั้นเกิดจากภาวะโลกร้อนหรือไม่ แต่ในเวลานี้ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ก็ตาม ในอนาคตพวกมันหนีไม่รอดชะตากรรมอันเลวร้ายจากภาวะโลกร้อนอยู่ดี เพราะการวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า โลกของเราเสี่ยงที่จะเผชิญกับการสูญเสียประชากรเพนกวินจักรพรรดิในสัดส่วนถึง 50-70% ก่อนสิ้นศตวรรษนี้ เพราะความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แม้พวกมันจะเสียพื้นที่ผสมพันธุ์ไป แต่จากการวิจัยล่าสุดพบว่า เมื่อเพนกวินรู้สึกได้ว่าถิ่นฐานของพวกมันไม่มีเสถียรภาพอีกต่อไป พวกมันจะอพยพไปยังพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมกว่า เช่นในปี 2016 พบจำนวนเพนกวินในแถบธารน้ำแข็งดอว์สัน-แลมบ์ตัน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม การย้ายถิ่นฐานคือการซื้อเวลาเท่านั้น อย่างที่กล่าวไปว่าประชากรเพนกวินมีสิทธิที่จะลดลงฮวบฮาบถึง 70% เพราะภาวะโลกร้อน หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหานี้อย่างน้อยให้อุณหภูมิปรับเพิ่มขึ้นช้ากว่านี้ เพนกวินจักรพรรดิที่เคยมีจักรวรรดิที่ใหญ่โตก็มีสิทธิ์ที่จะสูญพันธุ์เอาง่ายๆ

ที่ต้องตระหนักและตระหนกก็คือ แผ่นน้ำแข็งแถบฮาลเลย์เบย์ ในทะเลเวดเดลล์ เป็นจุดที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นที่สุดในทวีปแอนตาร์ติกา แม้แต่นักวิทยาศาสตร์อย่าง Trathan ที่วิจัยเรื่องนี้ก็ยังบอกว่า เขาคิดว่าทะเลเวดเดลล์คงจะเป็นที่สุดท้ายที่จะเกิดเรื่องทำนองนี้

เมื่อสถานที่สุดท้ายที่ควรจะเกิดน้ำแข็งละลาย เพนกวินตายเป็นพันๆ ตัวอย่างเหนือความคาดหมาย และเป็นสถานที่หนาวเย็นที่สุดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ชาวโลกจะทำเป็นเฉยชากันได้อย่างไร?

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จับตาโลกร้อน!“กรีนแลนด์” เกาะแตก!น้ำแข็งละลายสิ้น