“ไทยภักดี” ชงเรื่องญี่ปุ่นเอาผิด “ปวิน” จาบจ้วงสถาบัน

“ไทยภักดี” ชงเรื่องญี่ปุ่นเอาผิด “ปวิน” จาบจ้วงสถาบัน

กลุ่มไทยภักดีทำเสนอข้อเรียกร้อง 4 ข้อถึงสถานทูตญี่ปุ่น ขอให้เอาผิด “ปวิน” นักวิชาการไทยปมเอาบิดเบือนข้อมูลสถาบันเบื้องสูง สร้างความแตกแยก

 

วันที่ 31 สิงหาคม 2563 – ที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายอัครกฤษ นุ่นจันทร์ ตัวแทนกลุ่มไทยภักดี ได้ยื่นหนังสือ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น โดยเป็นข้อเรียกร้อง 4 ประการ เพื่อขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีมาตรการจัดการกับ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นผู้ที่นำเสนอข้อมูลบิดเบือนต่างๆ เกี่ยวกับสถาบันไปเผยแพร่บนสื่อออนไลน์ จนอาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคมไทย

โดยขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นหยุดยั้งและตรวจสอบพฤติกรรมของนายปวิน โดยมีกลุ่มประชาชนประมาณ 10 ราย ต่างกายด้วยเสื้อสีเหลือง ผูกริ้บบิ้นลายธงชาติ และห้อยนกหวีดคอยชูป้ายให้กำลังใจ ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นออกมารับหนังสือ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของ ตำรวจ สน.ลุมพินี

นายอัครกฤษ กล่าวว่า ตามที่ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย แต่แอบแฝงการโจมตีสถาบันอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งกลุ่มที่ประท้วงได้รับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอย่างบิดเบือนและไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจากสื่อสังคมออนไลน์ โดยนายปวิน ได้ป้อนข้อมูลที่เป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเกลียดชังและสร้างความแตกแยกของคนในสังคมไทย จึงเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่น ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของกลุ่ม

นายอัครกฤษ กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นให้ทางสถานทูตนั้น คือ 1.ดำเนินการไม่ว่าวิธีใดเพื่อหยุดนายปวิน ที่ใช้ญี่ปุ่นเป็นฐานในการโจมตีและสร้างความแตกแยกขึ้นในประเทศไทย 2.ตอบคำถามประชาชนชาวไทยว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้นายปวิน พำนักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นในฐานะอะไร 3.ตรวจสอบการสอนของนายปวิน ในมหาวิทยาลัยในเกียวโตเพื่อไม่ให้นำแนวคิดไปปลูกฝังแก่เยาวชนญี่ปุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมญี่ปุ่นอย่างที่กระทำต่อประเทศไทย และ 4.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายปวิน ว่ารับเงินจากบุคคลภายนอกประเทศแล้วใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศไทยหรือไม่

“เมื่อปีที่แล้วลูกผมยังกราบไหว้พระบรมฉายาลักษณ์ แต่เพราะมีการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับลูกห่างจนไม่ได้พูดคุยกันเลย” นายอัครกฤษ กล่าวทิ้งท้าย

 

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

“แรมโบ้” เดินหน้าปิดหมู่บ้านเสื้อแดงถาวร ครบ 77 จังหวัด