สื่อดังชี้ บริษัทข้ามชาติยังต้องการเข้ามาลงทุนในจีน แม้บรรยากาศตึงเครียดหนักกับสหรัฐฯ ชี้ มีตลาดที่ใหญ่ ความต้องการจากลูกค้าหลากหลาย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ได้เปิดเผยว่า มีบริษัทต่างชาติจำนวนมากขึ้นที่เข้ามาหาทางครอบครองบริษัทจีน แม้จะเกิดความตึงเครียดหลายประการระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน อันรวมถึงข้อตกลงในอุตสาหกรรมการเงินและเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวยิ่งขึ้น
“การดำเนินการส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากบริษัทอเมริกันและยุโรปที่ใช้ประโยชน์จากข้อจำกัดการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่หละหลวม หรือการเดิมพันกับความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน” รายงานกล่าว
“ตลาดในประเทศจีนมีขนาดมหาศาลและเต็มไปด้วยนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก พวกเขากำลังมองหาโอกาสพัฒนาธุรกิจระยะยาวในประเทศจีน ซึ่งพวกเขาไม่ได้พิจารณาสถานการณ์เพียงระยะสั้นและระยะกลาง” แหล่งข่าวรายงานโดยอ้างอิงคำพูดของ มาร์ติน หว่อง หุ้นส่วนผู้จัดการฝ่ายประกันภัยสำหรับอุตสาหกรรมบริการทางการเงินของบริษัท ดีลอยต์ ไชน่า (Deloitte China)
บทความของซีเอ็นบีซียังชี้ว่า ความสนใจทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นในประเทศจีน สวนทางกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ตึงเครียดมากขึ้น
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.63 เกาเฟิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนได้เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในจีนแผ่นดินใหญ่ในการใช้งานจริง ขยายตัวร้อยละ 7.5 เมื่อเทียบปีต่อปี แตะที่ 6.86 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.99 แสนล้านบาท)
ขณะที่รายงานล่าสุดของ “โรเดียมกรุ๊ป” บริษัทวิจัยสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่าเหตุผลหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการลงทุนก็คือในบางอุตสาหกรรม “บริษัทจีนมีบทบาทเป็นผู้นำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากจำนวนธุรกิจสตาร์ทอัพที่เพิ่มขึ้นและการสนับสนุนด้านนโยบายของรัฐบาล”
“การลงหลักปักฐานในตลาดจีน และการให้บริการลูกค้าชาวจีนด้วยการสนับสนุนของบริษัทแม่ เป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทต่างชาติควรทำก่อนสิ่งอื่นใด เพราะจีนไม่ได้มีเพียงตลาดเดียว อีกทั้งความต้องการของลูกค้าในจีนก็มีความหลากหลาย และในอนาคตพวกเขายังมีแนวโน้มต้องการการใช้งานแบบดิจิทัลมากขึ้นด้วย” ซีเอ็นบีซีอ้างอิงคำพูดของ เซเวียร์ เวย์รี (Xavier Veyry) ประธานกรรมการบริหารแอกซ่า ไชน่า (AXA China) ในแถลงการณ์ก่อนหน้านี้
ข่าวที่น่าสนใจ
สาวจีน “ไลฟ์” ขาย “ไก่บ้านออนไลน์” สร้างรายได้งามช่วงโควิด-19
เด็กหงส์ว่าไง!! แฟนผีเบรกแห่ฉลองแชมป์ ลั่น จะแจ้งผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
