สหรัฐฯ เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโครงการอวกาศ “นาซา-สเปซเอกซ์” ร่วมส่งมนุษย์สู่อวกาศอีกครั้งหลังทิ้งช่วงนาน 9 ปี ส่งยาน “ครูว์ ดรากอน” สู่สถานีอวกาศนานาชาติ กรุยทางสู่การบินเชิงพาณิชย์
เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พ.ค.63 สหรัฐอเมริกาได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับโครงการอวกาศ เมื่อนักบินอวกาศสองคนเดินทางสู่นอกโลกด้วยยานอวกาศของบริษัทเอกชน “สเปซเอกซ์”
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่โครงการอวกาศสหรัฐ
ภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งมีชื่อโครงการว่า เดโม-2 (Demo-2) เป็นการส่งตัวลูกเรือขึ้นสู่วงโคจรครั้งแรกของจากผืนดินสหรัฐฯ นับตั้งแต่โปรแกรมกระสวยอวกาศของนาซายุติลงในปี 2011 ทั้งยังเป็นการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกของบริษัทเอกชน และการจารึกยุคใหม่แห่งการสำรวจอวกาศของสหรัฐฯ โดยนักบินอวกาศนาซาสองคน ขึ้นยานอวกาศครูว์ ดรากอน (Crew Dragon) ของสเปซเอกซ์ อันเป็นเที่ยวบินทดสอบครั้งประวัติศาสตร์สู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

(จรวดสเปซเอกซ์ฟัลคอน 9 บรรทุกยานอวกาศครูว์ ดรากอนพร้อมนักบินอวกาศ 2 คนเตรียมออกจากศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2020)
ยานอวกาศครูว์ ดรากอนได้ถูกส่งขึ้นไปโดยจรวดสเปซเอกซ์ ฟัลคอน9 (SpaceX Falcon 9) เมื่อเวลา 15.22 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐฯ นับเป็นการปล่อยยานครั้งประวัติศาสตร์โดยใช้ฐานปล่อยจรวด 39A (Launch Complex 39A) ในศูนย์อวกาศเคนเนดี ซึ่งมีนักบินอวกาศที่เกษียณแล้วมาร่วมควบคุมยาน 2 คนได้แก่ บ๊อบ เบห์นเกน (Bob Behnken) และ ดัก เฮอร์ลีย์ (Doug Hurley)

ฐานปล่อยจรวด 39A ทำหน้าที่เป็นฉากหลังและร่วมเป็นพยานพิสูจน์ความพยายามในภารกิจส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศที่แสนสำคัญของสหรัฐฯ มาหลายครั้ง ตั้งแต่ อพอลโล 8 (Apollo 8) อพอลโล 11 (Apollo 11) และกระสวยอวกาศโคลัมเบีย (Space Shuttle Columbia)
“ทรัมป์” ปลื้มความร่วมของภาครัฐและเอกชน
“โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ “ไมก์ เพนซ์” รองประธานาธิบดี ร่วมชมภารกิจครั้งนี้ที่ศูนย์อวกาศครั้งนี้ด้วย
“ภารกิจนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ ทั้งเทคโนโลยีและพลัง เราภูมิใจในบุคลากรของนาซาอย่างยิ่ง ทุกคนทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน และเมื่อได้มาเห็นภาพแบบนี้ รู้สึกได้เลยว่าสุดยอดมากๆ” ทรัมป์กล่าว หลังภารกิจปล่อยยานอวกาศ

ขณะที่ ไมก์ เพนซ์ กล่าวว่า สิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้หากปราศจากความกล้าหาญและทักษะที่ช่ำชองของนักบินอวกาศชาวอเมริกันทั้งสองคน
มุ่งสู่สถานีอวกาศนานาชาติ
จิม ไบรเดนสไตน์ (Jim Bridenstine) ผู้อำนวยการนาซา เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ ว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีที่ได้ส่งตัวนักบินอวกาศชาวอเมริกันขึ้นไปบนจรวดอเมริกัน และจากผืนดินอเมริกา เราภูมิใจในทีมนาซาและสเปซเอกซ์อย่างยิ่งที่มาร่วมสร้างช่วงเวลานี้

นาซาระบุว่า ครูว์ ดรากอนเดินทางถึงวงโคจรโลกประมาณ 12 นาทีหลังจากปล่อยตัว และกำลังเดินทางไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ โดยยานอวกาศมีกำหนดจะไปยังสถานีอวกาศเมื่อเวลา 10.27 น. ของวันอาทิตย์ (31 พ.ค.63) ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งแม้ว่ายานดังกล่าวจะได้รับการออกแบบมาให้ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ แต่นักบินอวกาศทั้งสองและสถานีจะตรวจสอบการเข้าใกล้และการลงจอด และอาจตัดสินควบคุมยานอวกาศเองได้ในกรณีจำเป็น
หลังจากเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว เบห์นเกน และ เฮอร์ลีย์ จะได้รับการต้อนรับ ณ สถานีและกลายเป็นสมาชิกของทีมนักบินอวกาศชุดเอกซ์พีดิชัน 63 (Expedition 63) พวกเขาจะทำการทดสอบต่างๆ บนยานครูว์ ดรากอนด้วย นอกเหนือจากการทำวิจัยและงานอื่นๆ กับลูกเรือที่สถานีอวกาศ
ระยะเวลาของภารกิจ ประเมินจากหน้างาน
ภารกิจจะสิ้นสุดด้วยการปล่อยครูว์ ดรากอนออกจากสถานี การออกจากวงโคจร และการส่งเบห์นเกนและเฮอร์ลีย์กลับสู่ผืนโลกอย่างปลอดภัยในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยยังไม่มีการประกาศระยะเวลาของภารกิจดังกล่าว ซึ่งนาซาระบุว่าเรื่องนี้จะได้รับการตัดสินที่สถานี จากความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจส่งลูกเรือเชิงพาณิชย์ต่อไป
ทั้งนี้ นี่เป็นภารกิจครั้งแรกที่ส่งลูกเรือสู่วงโคจรของโลกสำหรับสเปซเอกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งชึ้นมาเป็นเวลา 18 ปี และเป็นครั้งแรกในการส่งยานอวกาศพร้อมมนุษย์ที่พัฒนาโดยบริษัทเอกชน
“บ๊อบ เบห์นเกน-ดัก เฮอร์ลีย์” นักบินมากประสบการณ์
สำหรับสุดยอดนักบินจอมเก๋า บ๊อบ เบห์นเกน และดัก เฮอร์ลีย์ นั้น เป็นหนึ่งในนักบินอวกาศชุดแรกๆ ที่เริ่มทำงานและฝึกฝนการใช้ยานอวกาศที่มีมนุษย์ประจำการรุ่นใหม่ของสเปซเอกซ์ พวกเขาได้รับเลือกจากประสบการณ์ที่โชกโชนด้านการบินและการเป็นการทดสอบนำร่อง ที่รวมถึงภารกิจหลายอย่างเกี่ยวกับกระสวยอวกาศ

บ๊อบ เบห์นเกน และ ดัก เฮอร์ลีย์
เบห์นเกนจะเป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการร่วมสำหรับภารกิจ ทำหน้าที่รับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ เช่นการนัดพบ การเชื่อมต่อ และการปลดการเชื่อมต่อ รวมถึงกิจกรรมเดโม-2 (Demo-2) ในขณะที่ยานอวกาศเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ
ส่วนเฮอร์ลีย์จะเป็นผู้บัญชาการยานอวกาศ ทำหน้าที่รับผิดชอบกิจกรรมต่างๆ เช่น การปล่อยจรวด การลงจอด และการกู้จรวด
“นาซา” ผนึก “สเปซเอกซ์” ยุติการพึ่งพารัสเซีย
นับตั้งแต่การบินครั้งสุดท้ายของโครงการกระสวยอวกาศของนาซาในเดือนกรกฎาคม 2011 นาซาได้พึ่งพาจรวดและยานอวกาศโซยุซของรัสเซีย ในการส่งมนุษย์เดินทางไป-กลับจากสถานีอวกาศนานาชาติ ตั้งแต่นั้นมา นาซา สเปซเอกซ์ และ โบอิง ได้ร่วมทำงานกันมาหลายปีเพื่อยุติการพึ่งพานั้น
ในปี 2014 บริษัททั้งสองได้ลงนามในสัญญามูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงการลูกเรือพาณิชย์ของนาซา เพื่อพัฒนาชุดนักบินอวกาศแท็กซี่ (Astronaut Taxi) และภารกิจส่งลูกเรือไป-กลับห้องปฏิบัติการในวงโคจร โดยยานอวกาศครูว์ ดรากอนเคยมาถึงสถานีอวกาศนานาชาติครั้งหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้ในภารกิจเดโม-1 (Demo-1) ซึ่งไม่มีนักบินอวกาศมาด้วยในเดือนมีนาคม 2019 ส่วนเดโม-2 (Demo-2) เป็นภารกิจส่งมนุษย์เข้าสู่วงโคจรครั้งแรกของสหรัฐฯ
เดินหน้าสู่โปรแกรมลูกเรือพาณิชย์
นี่คือเที่ยวบินทดสอบขั้นสุดท้ายของสเปซเอกซ์ สำหรับโปรแกรมลูกเรือพาณิชย์ของนาซา ที่จะให้ข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพของจรวดฟัลคอน 9, ยานอวกาศครูว์ ดรากอน และระบบภาคพื้นดินเช่นเดียวกับปฏิบัติการในวงโคจร การเชื่อมต่อ และการลงจอด
เที่ยวบินทดสอบนี้จะให้ข้อมูลที่มีเป็นประโยชน์ต่อการรับรองประสิทธิภาพระบบการขนส่งลูกเรือของสเปซเอกซ์ สำหรับการดำเนินเที่ยวบินปกติในการส่งนักบินอวกาศเดินทางไป-กลับจากสถานีอวกาศ ซึ่งขณะนี้ สเปซเอกซ์กำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับภารกิจการหมุนเวียนลูกเรือที่ขึ้นไปประจำการยังสถานีอวกาศเป็นครั้งแรก ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากเที่ยวบินทดสอบนี้เสร็จสิ้น
ที่มา : สำนักข่าวซินหัว
ข่าวที่น่าสนใจ
