โดย…คเชนทร์ พลประดิษฐ์
ภายหลังจากข่าวการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งก็มีทั้งข่าวลือ ข่าวจริง ข่าวปลอม ทำให้ผู้คนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อต่างพร้อมใจเดินทางไปตรวจร่างกายที่ รพ.จนคิวแน่น ทำให้ภาระหนักต้องตกอยู่ในมือของแพทย์และพยาบาลนั้น
ต้องบอกกล่าวกันให้ชัดเจนก่อนว่าสำหรับการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น มีระยะการแพร่กระจายเชื้อจากการไอและจามประมาณ 1 เมตร และผู้ที่จะติดเชื้อนั้น จะต้องอยู่ใกล้กับผู้ที่เป็นพาหะในระยะเวลานานประมาณ 5 นาที โดยเชื้อมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 14-24 วัน
ขณะที่ผู้ที่สงสัย ว่าตัวเองจะมีโอกาสติดเชื้อนั้น สามารถสังเกตอาการของตัวเองได้โดย
1.หากมีวัดอุณหภูมิของตัวเองแล้วพบว่ามีไข้ คือมีอุณหภูมิตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียส ขึ้นไป
2.มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และมีอาการไอ มีน้ำมูก หอบเหนื่อยง่าย
3.มีประวัติการเดินทางกลับมาจากประเทศที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 9 ประเทศ คือ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ อิตาลี อิหร่าน สหรัฐ หรืออยู่ใกล้ชิดกับบุคคลที่มาจากประเทศในกลุ่มเสี่ยง
ทั้งนี้ เมื่อคุณสังเกตอาการแล้วอยู่ในข่ายสงสัยว่าจะเป็นโรคดังกล่าว ควรเดินทางไปพบแพทย์โดยทันที โดยกรมควบคุมโรคได้แนะนำวิธีการเดินทางจากบ้าน ไปโรงพยาบาล โดยที่ไม่ให้บุคคลอื่นมีความเสี่ยงกับเราไปด้วยคือ
- มหาดไทยสั่งด่วน “ห้ามข้าราชการทุกคน” ไปประเทศเสี่ยงโควิด-19
- ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 ใหม่ 1 ราย รวมยังรักษาในโรงพยาบาล 13 ราย
1.ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งจะต้องอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด ที่สำคัญ คือต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
2. หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้เปิดกระจก เพื่อให้ลมถ่ายเทได้สะดวก
3. หากเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ หลีกเลี่ยงการจับราวโหน หรือบันได
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สงสัยจะติดเชื้อจะต้องสวมหน้ากากอนามัยทันทีเมื่อออกจากบ้าน โดยการสวมหน้ากากอนามัยจะทำให้เมื่อมีอาการไอ หรือจาม เชื้อยังคงอยู่ในหน้ากากอนามัย ไม่แพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น ซึ่งกรมควบคุมโรคยืนยันว่า หน้ากากอนามัยสามารถป้องกันเชื้อแพร่กระจายได้กว่า 95%
เหนือสิ่งอื่นใดผู้ที่สงสัยว่าตนเองจะติดเชื้อ หรือเดินทางมาจากประเทศซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรที่จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเมื่อพบแพทย์ ไม่ควรปกปิดข้อมูลที่แพทย์ซักถาม และต้องแจ้งประวัติที่ชัดเจน
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
