พะยูนตายตัวที่ 21 ในปีนี้ สาเหตุเกิดจากการติดอวนชาวประมง ซึ่งชาวประมงชายฝั่งก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหา ด้านอาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เร่งผลักดัน “มาเรียมโปรเจกต์”เข้าครม.ให้เร็วที่สุด
นายประถม รัศมี ผู้อำนวยการสำนักบริหารทรัพยากรทางทะเลและชาวฝั่งที่ 8 เปิดเผยว่ามีชาวบ้านมาแจ้งว่าได้พบพะยูนไส้แตก ลอยตายบริเวณแหลมไม้ตาย หน้าเกาะระ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับชาวบ้านไปเก็บซากพะยูน เพื่อส่งต่อไปที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต ทำการตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด จากการตรวจสอบเบื้องต้น คาดเป็นพะยูน เพศเมีย มีความยาว 1.50 เมตร มีน้ำหนัก 70 กก. ซากมีสภาพเน่าเปื่อย มีบาดแผลบริเวณปาก ท้องแตก และมีอวนปกคลุม น่าจะเสียชีวิตมาแล้ว ประมาณ 2-3 วัน
โดยชาวประมงพื้นบ้านบอกว่าขณะนี้มีสัตว์ทะเลในบริเวณคุระบุรีติดอวนปลาเมี้ยนตายไปหลายตัวแล้ว สาเหตุเกิดจากอวนปลาเมี้ยนเข้ามาวางใกล้แนวหญ้าทะเล บริเวณเกาะระ เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ที่อยู่อาศัยของเต่าทะเลและพะยูน ซึ่งทางชาวประมงพื้นบ้านต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป
นอกจากนี้ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลได้โพสต์เฟซบุ๊กหลังการสูญเสียพะยูนตัวดังกล่าวว่า
พะยูนตายอีกแล้วครับ นับเป็นตัวที่ 21 ในปีนี้ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์
พะยูนตัวนี้ตายอยู่ที่แหลมไม้ตาย บ้านทุ่งรัก อำเภอคุระบุรี จ.พังงา (ใกล้เกาะระ/พระทอง)
เพื่อนธรณ์อาจสงสัย ไม่ใช่ที่ตรัง/กระบี่หรือ ?
พะยูนในไทย 250 ตัว อยู่ตรัง/กระบี่ 200 ตัว ที่เหลืออยู่ตามแหล่งอื่นอีก 11 แห่ง รวมเป็น 12 แหล่งทั่วไทย
ทะเลชายฝั่งคุระบุรีถือเป็นแหล่งหญ้าทะเลใหญ่สุดในพังงา และเป็น 1 ใน 12 เขตที่อยู่ในแผนอนุรักษ์พะยูนใน #มาเรียมโปรเจกต์
สาเหตุการตายเห็นชัด ลองดูภาพ จะเห็นอวนดักปลาติดอยู่ พะยูนเป็นสัตว์หายใจด้วยปอด เมื่อติดอวนก็จมน้ำตาย
ตามที่เคยบอกไว้ 90% ของพะยูนที่ตายจากผลของมนุษย์ เป็นปัญหาจากเครื่องมือประมง
การทำประมงทับซ้อนในพื้นที่หากินพะยูน จำเป็นต้องวางแผนในการแก้ไขอย่างรอบคอบ มิใช่ออกกฎเกณฑ์ไปเรื่อย โดยที่ปฏิบัติตามไม่ได้
แผนอนุรักษ์พะยูนที่คณะสัตว์ทะเลหายากเพิ่งเสนอผ่านคณะกรรมการทะเลแห่งชาติ รอเข้าครม. จะเน้นเรื่องการหาทางอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับพะยูน โดยตั้งเป้า 12 พื้นที่ รวมทั้งตรงนี้ด้วย
ผมพูดคุยกับพี่น้องแถวนั้น เขาก็อยากให้เกิดการอนุรักษ์อย่างจริงจังสักที โดยอาจนำตัวอย่างจากตรังมาประยุกต์ใช้
ให้ชาวบ้านอยู่ได้ พะยูนอยู่ได้ มิใช่อนุรักษ์อย่างเดียวจนชาวบ้านไม่รักพะยูน
ถึงตอนนี้ คงไม่มีอะไรจะเสนอแนะอีกแล้ว ยกเว้นภาวนาให้ 21 พะยูนในปีนี้ไปสู่สวรรค์ และอย่าให้มีตัวที่ 22 เลย
สุดท้ายที่หวังคือขอให้ มาเรียมโปรเจกต์ ผ่านครม. ได้งบพอเพียงตามที่ขอ และแผนอนุรักษ์ 3 ปี (63-65) เดินหน้าเต็มตัว
เราสูญเสียมากเกินไปแล้วจริงๆ
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
