“มทภ.4” ลั่น! ถ้าผิดจริงไม่เอาไว้ “ร.ท.หื่น” ข่มขืนลูกสาวจ่า วัย14!

“มทภ.4” ลั่น! ถ้าผิดจริงไม่เอาไว้ “ร.ท.หื่น” ข่มขืนลูกสาวจ่า วัย14!

แม่ทัพภาค4″ สั่งพักราชการ ร้อยโทหื่น หลังถูกร้องข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 มาราธอน รอผลสอบ ชี้!เหตุไล่พ้นบ้านพักทั้ง 2 คน จากเหตุ วิวาทยิงปืนหน้าค่าย คนละเรื่องคดีพรากผู้เยาว์ ย้ำเป็นกฎระเบียบทางค่ายทหาร

ความคืบหน้าล่าสุด กรณีครอบครัวของหญิงเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาทวงถามภายหลังกล่าวโทษนายทหารยศร้อยโทสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ข่มขืนบุตรสาวถึง 10 ครั้ง โดยพล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ตนได้ติดตามความคืบหน้าทางคดีอยู่ ขณะนี้ต้องรอผลสอบสวน ตนจะต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หากมีความผิดจริงถือว่าสร้างความเสื่อมเสียต่อกองทัพเป็นอย่างมาก

ดังนั้นไม่มีเลี้ยงหรือปกป้องทุกอย่างว่าตามกฎหมาย และยืนยันไม่เข้าเข้าข้างใคร ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 หากพบผิดจริงก็ดำเนินการเต็มอำนาจที่มี เบื้องต้นได้มีการตั้งเรื่องพักราชการร้อยโทคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากรมว.กลาโหม อีกทั้งมอบหมายให้ผู้บังคับชาโดยตรงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน

พล.ท.พรศักดิ์ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นได้มีการตั้งเรื่องพักราชการร้อยโทคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอคำสั่งจากรมว.กลาโหม อีกทั้งมอบหมายให้ผู้บังคับชาโดยตรงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน

“ส่วนที่ครอบครัวติดใจในเรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากถูกไล่ออกจากบ้านพักราชการนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า ต้องแยกระหว่างคดีพรากผู้เยาว์ และการทะเลาะวิวาท แต่การให้ออกจากบ้านพักนั้น เกิดจากกรณีการทะเลาะวิวาทระหว่างพ่อของผู้หญิงและร้อยโท ซึ่งมีการยิงปืนหน้าค่ายเข้าข่ายสร้างความเดือดร้อน จึงไล่ออกทั้งคู่ตามระเบียบของทางค่าย เพราะเป็นการก่อกวนทะเลาะวิวาทและสร้างความรำคาญให้ผู้อื่น ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถควบคุมได้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย”

“อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องมีการสอบวินัยอีกหลายขั้น ยืนยันทุกอย่างต้องว่าตามกระบวนยุติธรรม ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ผลออกมายังไงก็จะมีการลงโทษตามนั้น” แม่ทัพภาค4 กล่าวย้ำ

ด้านพ.อ. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งขณะนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปแล้ว เรื่องนี้ต้องแยกออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีที่มีการกล่าวหาพรากผู้เยาว์นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนาทวี ซึ่งหน่วยต้นสังกัดให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนอีกกรณีในการทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธข่มขู่นั้น เป็นคดีที่เกิดขึ้นภายในหน่วย ซึ่งหน่วยต้นสังกัดได้ทำการสอบสวน ซึ่งบทลงโทษเบื้องต้นได้ให้ออกจากบ้านพักราชการภายในหน่วยไปก่อนระหว่างรอผลการสอบสวน ส่วนการดำเนินการด้านวินัยก็ต้องรอให้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมไปก่อน.

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ

ยกเลิก 508 จุดแผงลอย คืนทางเท้าให้ปชช. ลั่น 31 ธ.ค.ต้องครบทุกจุด

Developed by sarunyacrop