กลุ่มชาติพันธุ์ถู่เจียและเหมียว โหย่วหยาง นครฉงชิ่ง ประเทศจีน ใช้ “ดาราศาสตร์” ช่วยชาวบ้านให้หลุดพ้นจากความยากจน ปล่อยรายงาน “พยากรณ์วันดูดาว” ดูดนักท่องเที่ยวมานอนชมดาว
China Xinhua News รายงานข่าวว่า อำเภอปกครองตนเองกลุ่มชาติพันธุ์ถู่เจียและเหมียว โหย่วหยาง แห่งเทศบาลนครฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน กำลังเดิมพันกับ “ดาราศาสตร์” ซึ่งเป็นจุดเด่นของอำเภอ เพื่อช่วยชาวบ้านให้หลุดพ้นจากความยากจน
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ทางการอุตุนิยมวิทยาของอำเภอได้ปล่อยรายงาน “พยากรณ์วันดูดาว” ซึ่งเป็นรายงานประเภทดังกล่าวฉบับแรกของประเทศ

รายงานการพยากรณ์นี้ ซึ่งจัดทำร่วมกันโดยเว็บไซต์พยากรณ์อากาศ (weather.com.cn) ซึ่งเป็นหน่วยงานบริการข่าวสภาพอากาศของอำเภอโหย่วหยาง และหน่วยงานบริการข่าวสภาพอากาศแห่งนครฉงชิ่ง ระบุว่าผู้คนในอำเภอโหย่วหยางจะสามารถมองเห็นเนบิวลา (กลุ่มฝุ่น แก๊ส และพลาสมาในอวกาศ ที่อยู่รวมตัวกันจะมีลักษณะเป็นก้อนหมอกเมฆขนาดใหญ่) ด้วยตาเปล่า ในช่วงวันจันทร์-พุธ และจะมีเมฆบดบังทัศนียภาพในวันพฤหัสบดี
อำเภอโหย่วหยางตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ และเป็นสถานที่ที่เห็นท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ทุกๆ ปีช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. โหย่วหยางจึงเป็นสถานที่ดูดาวในอุดมคติ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีเมฆหรือมีเมฆน้อย ผู้ชมจะสามารถเห็นทางช้างเผือกและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามมาก

ผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นกล่าวว่า ช่วงเวลาที่เหมาะกับการดูดาวมากที่สุดคือช่วงกลางดึกตั้งแต่ 21.00 – 03.00 น. และรายงานยังระบุสถานที่หลัก 5 แห่งที่เหมาะกับการดูดาวที่สุด โดยแต่ละแห่งล้วนอยู่บนที่สูงหรือใกล้ชิดกับธรรมชาติ
เจ้าหน้าที่รัฐอำเภอกล่าวว่า รายงานพยากรณ์นี้มุ่งส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวท้องถิ่นเพื่อช่วยขจัดความยากจนในหมู่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของจีนในการขจัดความยากจนจากประเทศภายในปี 2020 และเพื่อสร้างสังคมมั่งคั่งระดับปานกลางในทุกด้าน

ทั้งนี้ กิจกรรมดูดาวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศจีน เนื่องจากมลพิษในเมืองทำให้เห็นดาวบนฟ้าได้ยาก ผู้ที่อยากดูดาวจึงต้องเดินทางไปที่อื่น โดยเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้ชื่นชอบดาราศาสตร์ราว 200 คนเดินทางไปร่วม “การประชุมดาวเต็มฟ้า” ประจำปีในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของประเทศเพื่อดูดาวร่วมกัน
ที่มา : China Xinhua News
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
จีนพัฒนารถไฟความเร็วสูง “วิ่งได้ทุกราง” 400 กม./ชม.
