กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน เริ่มปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหงเพิ่มแล้ว แต่มวลน้ำยังไหลไม่ถึงสามเหลี่ยมทองคำ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ที่อำเภอเชียงแสน ลดลงเหลือไม่ถึง 2 เมตร คาดอีก 2-3 วันเข้าสู่ภาวะปกติ
จากกรณี กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน ลดการระบายน้ำออกจากเขื่อนจิ่งหง ระหว่างวันที่ 5-16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา จากเดิมที่เคยระบายน้ำออกจากเขื่อนในปริมาณ 1,050 – 1,250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ลดการระบายน้ำลงเหลือเพียง 500-600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือลดลงกว่าร้อยละ 50 ของปริมาณน้ำที่เคยระบายลงมา เพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงเขื่อนนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางการจีนได้เริ่มปล่อยน้ำลงมาในปริมาณมากเท่าเดิมแล้ว แต่มวลน้ำยังไม่มาถึงสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนไทย ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งลงอย่างหนัก เรือสินค้าจีนที่มีระวางบรรทุกระดับ 200-300 ตัน ซึ่งขนส่งสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และจีนตอนใต้ ต่างจอดเรือรออยู่ที่ท่าเรืออำเภอเชียงแสน เพื่อรอน้ำขึ้น มีเพียงเรือสินค้าจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่กินน้ำตื้นและมีระวางบรรทุกสินค้าน้อยกว่าเท่านั้นที่สามารถแล่นไปมาได้
นายสุรนาท ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย เปิดเผยว่า การลดการระบายน้ำดังกล่าว ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขง หน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน ลดลงเหลือไม่ถึง 2 เมตร แต่ยังสามารถเดินเรือและทำการค้าขายทางเรือได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามจากการที่มีการเริ่มทยอยเปิดน้ำจากเขื่อนลงมาแล้ว คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ มวลน้ำจะไหลถึงเขตชายแดนไทย ทำให้การสัญจรและการค้าขายทางน้ำคล่องตัวและกลับมาคึกคักเหมือนเดิม
ด้านนายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตและผู้ประสานงานเครือข่ายอนุรักษ์แม่น้ำโขงภาคเหนือ กล่าวว่า สาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งในปีนี้เกิดจากสภาวะฝนทิ้งช่วง และจีนลดการระบายน้ำจากเขื่อน จึงทำให้น้ำโขงแห้งลงมาก พบใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่น ซึ่งทางเครือข่ายฯ ได้เร่งสำรวจและรวบรวมข้อมูลความเสียหายเสนอต่อรัฐบาลไทยและจีน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยวางแนวทางข้อเสนอไว้ 3 แนวทาง คือ การสำรวจความเสียหายในรอบ 23 ปี นับตั้งแต่มีการก่อสร้างเขื่อนในจีน การทบทวนแผนการพัฒนาในอนาคต และการพื้นฟูร่วมกัน ระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนลุ่มน้ำโขง
ทั้งนี้ แม่น้ำโขงมีจุดที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือหลายจุด เช่น มองป่าแหลว ชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่มีสภาพเป็นหาดทรายกว้าง และตื้นเขินที่สุดในแม่น้ำโขง และแก่งตังปัง เป็นแก่งหินที่น้ำไหลเชี่ยวและต่างระดับ ทำให้เรือต้องช่วยกันฉุดดึงให้พ้นแก่ง พบว่า น้ำในแม่น้ำโขงแห้งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เรือสินค้าจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เคยติดอยู่ที่แก่งตังปังเกือบ 30 ลำ ล่าสุดเมื่อมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนจิ่งหง ลงมามากกว่า 900 ลูกบาศก์เมตร/วินาทีแล้ว ทำให้เรือจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สามารถแล่นผ่านได้ทั้งแก่งตังปัง และมองป่าแหลว แต่สำหรับเรือสินค้าจีนยังคงลอยลำอยู่ที่อำเภอเชียงแสน รอให้มวลน้ำจากเขื่อนมาถึงมากกว่านี้ จึงสามารถแล่นผ่านบริเวณมองป่าแหลว ต่อไปได้
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
แจ้งเฝ้าระวัง ระดับน้ำโขง เหตุเขื่อนไซยะบุรี ทดลองปั่นกระแสไฟฟ้า
