ครม.เห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ครอบคลุม 6 ด้านหลังทั้งการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ป้องกันอุทกภัย พร้อม ตั้งหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการลดความซ้ำซ้อน 40 หน่วยงานใน 7 กระทรวง ให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)วานนี้ (18 มิ.ย.62) ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ผ่านความเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ซึ่งประกอบด้วย 6 ด้านหลัก ได้แก่
1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค
2.การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต
3.การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย
4.การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
5.การอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพังทลายของดิน และ
6.การบริหารจัดการ

ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรน้ำของประเทศ เปรียบเสมือนแผนที่นำทางให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ได้อย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เป็นส่วนหนึ่งของ 3 เสาหลักในการบริหารจัดการทัรพยากรน้ำของประเทศ ซึ่งประกอบด้วย
เสาแรก คือ กฎหมาย ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2562
เสาที่สอง แผนแม่บท ซึ่ง ครม.ได้ผ่านความเห็นชอบแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำดังกล่าว และ
เสาที่สาม หน่วยงานหลักในการบริหารจัดการน้ำที่มีเอกภาพ ซึ่งหัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่งที่ 46/2560 จัดตั้ง สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ขึ้นมา ให้เป็นหน่วยงานหลักด้านนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานด้านน้ำที่มีอยู่กว่า 40 หน่วยงานใน 7 กระทรวง
ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศเพิ่ม
เสาหลักที่ี่สี่ คือ การพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนแผนแม่บทให้ไปสู่เป้าหมายตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ คือ “ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
เลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับสาระสำคัญในแผนแม่บทน้ำฯ ประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ
1) มีการกำหนดตัวชี้วัดเชิงผลผลิตเพิ่มเติม
2) กำหนดหน่วยงานหลัก และหน่วยงานสนับสนุน ไม่เพียงแต่หน่วยงานราชการเท่านั้น ยังมีภาคเอกชนมาร่วมด้วย และ
3) มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ต้องการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ (Area Based) 66 พื้นที่ 34.62 ล้านไร่
ทั้งนี้ เพื่อให้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เป็นกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณาการ สร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนเกิดประโยชน์กับประชาชน
โดยได้ตั้งเป้าหมายที่จะให้ทุกหมู่บ้านเข้าถึงดื่มสะอาดได้มาตรฐานและราคาที่เหมาะสม จำนวน 75,032 หมู่บ้าน ภายในปี 2573 มีการพัฒนาน้ำต้นทุน 27,299 ล้าน ลบ.ม. ทั้งแหล่งน้ำใหม่และพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพิ่มพื้นที่กระจายน้ำ 31 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ชลประทาน 18 ล้านไร่ และพื้นที่เกษตรน้ำฝน 13 ล้านไร่ พัฒนาแหล่งน้ำชุมชนเพื่อการเกษตร 10,000 แห่ง ได้ปริมาณน้ำ 6,000 ล้าน ลบ.ม. สามารถป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ 764 แห่ง ลดผลกระทบจากอุทกภัย 15 ล้านไร่ มีการพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสีย 741 แห่ง การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ 3.5 ล้านไร่ ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ 541,894 แห่ง
“สทนช.จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการอำนวยการกำกับ ขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี รวมทั้งติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานให้เป็นไปตามเป้าหมายของแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ที่ได้กำหนดไว้ และสอดคล้องตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561” นายสมเกียรติ กล่าว
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
ครม. อนุมัติ 200 ล้านดอลล่าห์ฯ ใส่กองทุน ACMECS ลุ่มแม่น้ำ
