“ศาสตร์พระราชา”กับการก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0

“ศาสตร์พระราชา”กับการก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0


การรวมกลุ่มของเกษตรกร

–         
การสนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มอาชีพ
“กลุ่มพลังเกษตรกร” ในพื้นที่เดียวกัน
เพื่อให้เกิดช่องทางใหม่ มีผลผลิตที่มีคุณภาพเป็นมวลรวม ควบคุมคุณภาพเพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง
รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งในสหกรณ์ภาคการเกษตรกว่า 4,000 แห่ง
จัดให้มีการลงทะเบียนที่ชัดเจนเพื่อสะดวกในการที่รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือ
การบริหารและการกำหนดนโยบายของรัฐบาล

 “ศาสตร์พระราชา” สู่ “ศูนย์การเรียนรู้”

–         
หน่วยงานราชการของแต่ละกระทรวงฯที่ได้น้อมนำ
“ศาสตร์พระราชา” มาจัดตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” กว่า 10,000 แห่ง ทั่วประเทศ
ประกอบด้วย ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่
, ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร
และศูนย์การเรียนรู้
ICT ชุมชน ฯลฯ ทั้งนี้ก็เพื่อจะสร้าง “Smart
Farmer” เกษตรกรยุคใหม่

–         
 การรวมกลุ่มตาม “โครงการข้าวขวัญสุพรรณ”
ซึ่งน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ในเรื่อง “การระเบิดจากข้างใน” ของมูลนิธิขวัญข้าว, สมาคมโรงสีข้าวสุพรรณบุรี
และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุพรรณบุรี 
ในการร่วมพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมือง คือ
“ขาวตาเคลือบ”
ผลิตเป็นข้าวปลอดสารพิษ

ภาพรวมโครงการ
“เกษตรแปลงใหญ่”

–         
รัฐบาล
สามารถดำเนินการได้แล้ว จำนวน 600 แปลง 
ด้วยอาศัยกลไก
“ประชารัฐ” มีเกษตรกรได้รับผลประโยชน์แล้ว ราว 97,000 ราย
ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 1.5 ล้านไร่

–         
 “สินค้าข้าว”
สามารถเพิ่มผลผลิตเฉลี่ย ร้อยละ 13 และลดต้นทุนการผลิตได้ ร้อยละ
19  และยังสามารถช่วยเหลือเกษตรกร
ในเรื่ององค์ความรู้
, การบริหารจัดการ, การเข้าถึงแหล่งเงินทุน, การแปรรูป, การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการตลาด เป็นต้น

–         
ในปี 2560 มีเป้าหมาย “เพิ่มเติม” อีก 400 แปลง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่
ที่ตามแนวทางพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 
ที่ทรงมุ่งหวังให้เกิดการรวมกลุ่มประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาหลักของชุมชนชนบท ดังเช่นการจัดตั้งกลุ่มสหกรณ์ในโครงการพระราชดำริ

โครงการบริหารจัดการน้ำ
แนวทางแห่ง “ศาสตร์พระราชา”

–         
การใช้ Agri
Map (แผนที่ทางการเกษตร)
เป็นเครื่องมือในการกำหนดพื้นที่ทำเกษตรกรรม ให้สอดคล้องกันทั้งมิติของ
“ประเภทพืช – พื้นที่ – ฤดูกาล
– ปริมาณน้ำ
– และตลาด”

–         
ครม.ได้เห็นชอบในหลักการ การน้อมนำแนวทางพระราชดำริ
มาประยุกต์ใช้ในแผนงานการบรรเทาอุทกภัย พื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง  ตาม
“โครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ”
 ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมได้
ถึง 3.58 ล้านไร่ ใน 14 จังหวัดภาคกลาง

 การศึกษา กับ การพัฒนาประเทศ

–         
การบริหารจัดการ “โรงเรียนขนาดเล็ก”โดยกำหนดเป็นโครงการ“โรงเรียนดีใกล้บ้าน” หรือ “โรงเรียนแม่เหล็ก”  สำหรับเป็นโรงเรียนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ให้มีคุณภาพการศึกษา 
ที่ดีและได้มาตรฐานเช่นเดียวกับโรงเรียนที่อยู่ในเมือง
หรือในโรงเรียนขนาดใหญ่ 
ให้มีความเท่าเทียมกันในอนาคต 

–         
น้อมนำแนวทางพระราชดำรัส
ที่ว่า
“เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่มีชีวิต ไม่มีจิตใจ
ที่ว่าจะอบรมโดยใช้สื่อที่ก้าวหน้าที่มีเทคโนโลยีสูงแต่เพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องยากที่สุด  ไม่มีอะไรทดแทนคนสอนคนและการอ่านจากหนังสือได้
”แสดงให้เห็นว่า “ครู– อาจารย์”
มีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสอนคนให้เป็นคน

–         
การใช้กลไก “ประชารัฐ” ภายใต้โครงการ “คอน-เน็ต-อี-ดี”
(CONNEXT-ED) เพื่อจะดูแลโรงเรียนในช่วงแรก จำนวน 3,342
โรงเรียน  และขยายผลให้ครบ 7,424
โรงเรียนในปี 2560  ให้เป็น
“โรงเรียนต้นแบบประชารัฐ”

–         
 “กองทุนการศึกษาวิจัย”
เพื่อเพิ่มศักยภาพ การค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีแห่งอนาคตใน  4  ด้าน
คือ
Bio, Nano, Robotic และ Digital ให้สอดคล้องกับนโยบาย
“ไทยแลนด์ 4.0” ในการผลิต “แรงงานมีทักษะฝีมือ” เพื่อป้อน 10
อุตสาหกรรมเป้าหมาย

 

Developed by sarunyacrop